การย้อมสีของใบหม่อนและการพ่นสารละลายจากถ่านไม้ที่มีผลต่อการเปลี่ยนสีและความแข็งแรงของเส้นใย

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

วัลยลิกา พันธุ์โพธิ์, ลภัสรดา สุระชาติ, จุฬารัตน์ แหยมสุขสวัสดิ์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ไสว อุ่นแก้ว

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนรร.ขุนหาญวิทยาสรรค์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ผ้าไหมกำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งอุตสหกรรมสิ่งทอและสังคมวิจัยเนื่องจากผ้าไหมมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น มีกระบวนการเลี้ยงหนอนไหมเพื่อให้เกิดการสร้างเส้นใยที่พิถีพิถัน การเลี้ยงดูที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ มีการศึกษากันอย่างแพร่หลายเกี่ยวกับการเปลี่ยนสีเส้นใยของหนอนไหมและการให้อาหารด้วยท่อนาโนคาร์บอนและแกไฟท์กับหนอนไหมเพื่อศึกษาเกี่ยวกับความคงทนและการนำไฟฟ้าของหนอนไหม ในงานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนสีเส้นใยของหนอนไหมโดยการแช่สีผสมอาหารกับใบหม่อน และได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าของเส้นใยหนอนไหมโดยให้หนอนไหมกินสารละลายจากถ่านไม้ที่เผาไหม้ด้วยความร้อน 100,300และ500 องศาเซียส ปริมาณของถ่านบดละเอียดอยู่ที่ 40,80และ120 กรัม ละลายในน้ำปริมาตร 200 ml และเก็บผลการทดลองโดยวัดการเจริญเติบโตทั้งความกว้างความยาวและน้ำหนัก การเปลี่ยนสีของหนอนไหมโดยนำไปละลายในน้ำที่เย็นและร้อนเพื่อทดสอบคุณภาพการติดสี ทดสอบความเค้นของเส้นไหม และการนำไฟฟ้าโดยให้ความร้อนของเส้นไหมที่ 1000 องศาเซลเซียส ดังทีมนักวิจัยนำโดยคุณ Yingying Zhang จากมหาวิทยาลัย Tsinghua ประเทศจีน ได้พ่นสารละลายที่ผสมท่อนาโนคาร์บอนหรือแกรฟีน 0.2% ลงไปในใบหม่อน ให้หนอนไหมกิน หลังจากนั้นก็นำเส้นใยที่ได้มาทำการทดสอบเมื่อเทียบกับเส้นใยปกติ เส้นใยที่มีคาร์บอนผสมอยู่ จะได้ความเหนียวและทนต่อแรงดึง (ความเค้น) ได้มากกว่าเดิมอย่างน้อยถึง 50% ก่อนที่เส้นใยจะขาด นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังนำเส้นใยไปให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูง 1,050 องศาเซลเซียส เพื่อศึกษาโครงสร้างและการนำไฟฟ้า ซึ่งพบว่า เส้นใยที่มีคาร์บอนผสมนั้นสามารถนำไฟฟ้าได้อีกด้วยเส้นใยผสมคาร์บอนที่เกิดขึ้นมีเมื่อนำไปส่องในกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน ก็พบว่าโครงสร้างของเส้นใยนั้นเรียงตัวกันเป็นระเบียบมากกว่าเส้นใยปกติที่ไม่ได้พ่นอะไรลงไป