การศึกษาและเปรียบเทียบผลของพรีไบโอติกจากกากมะพร้าว กากกาแฟ และกากมันสำปะหลังที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของโพรไบโอติกชนิด Lactobcillus Casei

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

แทนขวัญ สูตะบุตร, ญาราภรณ์ เนินชนม์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ทิชากร สัตย์จริง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมีการทำอุตสาหกรรมกันอย่างมาก ส่งผลให้เกิดวัสดุเหลือใช้ทางการอุตสาหกรรมมากมาย เช่น กากมะพร้าวที่อาจเป็นผลิตผลพลอยได้จากมะพร้าว กากกาแฟ ที่เป็นเศษของเมล็ดกาแฟที่ผ่านการบด และกากมันสำปะหลัง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นได้จากการผลิตแป้งมันสำปะหลัง โดยวัสดุเหลือใช้ทางอุตสาหกรรมเหล่านี้มักไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด คณะผู้จัดทำได้คัดเลือกวัสดุที่ตรงตามวัตถุประสงค์ และวัสดุนั้นนำมาเปรียบเทียบประสิทธิภาพความเป็นพรีไบโอติกของวัสดุทางอุจสาหรกรรมทั้งสามชนิด และมาทำการสกัดโดยการทำการย่อยด้วยเอนไซม์แมนนาเนส (Mannanase enzyme) จะได้ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า พรีไบโอติก จากนั้นสกัดด้วยเอนไซม์แมนนาเนสโดยใช้วิธี HPLC (High Performance Liquid Chromatography) เพื่อทดสอบคุณภาพความเป็นพรีไบโอติก โดยใช้การเปรียบเทียบทั้งสามวัสดุที่เหลือใช้โดยการนำเชื้อ (Lactobacillus casei) ได้ผลการสกัดว่ากากมะพร้าวมีการย่อยกับเอนไซน์แมนนาเนสได้มากที่สุด รองลงมาคือกากกาแฟ แต่กากมันสำปะหลังมีโครงสร้างที่เอนไซน์แมนนาเนสไม่สามารรย่อยได้ หลังจากนั้นนำมาเพาะเลี้ยงโดยนำสารสกัดที่ได้จาก กากกาแฟและกากมะพร้าวที่อยู่ในรูปแบบความเป็นพรีไบโอติก โดยการสำรวจความสามารถในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย L. Casei เพื่อนำมาวิเคราะห์โดยการดูการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียในแต่ละวัสดุมีการใช้ระยะเวลาในการสำรวจแบ่งออกเป็นวันที่ 0, 3, 6, 9, 12, 15, 18 และ 21 ของทั้งสามวัสดุ เพื่อศึกษาวัสดุที่เหลือใช้ทางอุตสาหกรรมสำรวจการเจริญเติบโตและศึกษาวัสดุเหลือใช้เพื่อค้นหาประสิทธิภาพของการเจริญเติบโตว่าสิ่งไหนเหมาะแก่การนำมาเพาะเลี้ยงเชื้อ L. Casei เพื่อเป็นการพัฒนาเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีราคาถูก มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็น สิ่งต่าง ๆ ในอนาคต