ผลของชนิดและความเข้มข้นของควันที่ได้จากพืชเชื้อเพลิงในท้องถิ่นต่อพฤติกรรมความก้าวร้าวเพื่อใช้ในการควบคุมผึ้งชันโรงขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ภัชรพงศ์ อินทรีย์, ภัคธีมา เป็นมงคล, ธนดล หมื่นมโน

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ชันโรงเป็นผึ้งขนาดเล็กที่ไม่มีเหล็กไน ปัจจุบันมีการส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงเพื่อผสมเกสรและเก็บผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงแม้ว่าจะไม่มีเหล็กในแต่ด้วยสัญชาตญาณเหมือนผึ้งชนิดอื่นๆ ขณะเกษตรกรเก็บผลผลิตของชันโรงผึ้งงานจะเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวและรุมกัดเกษตรกร พร้อมกับปล่อยยางชันเหนียว โดยผึ้งงานทุกตัวที่กัดจะตายในที่สุดทำให้ประชากรของชันโรงลดลง ปัจจุบันเกษตรกรแก้ปัญหาโดยการสวมชุดป้องกันแต่ก็ยังมีประสิทธิภาพต่ำและยังคงทำให้ผึ้งงานตาย จากการสังเกตวิธีการในการเลี้ยงผึ้งชนิดอื่นๆ พบว่ามีการใช้ควันเพื่อลดความก้าวร้าวของผึ้งในขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่เนื่องจากเป็นผึ้งที่มีขนาดเล็กการใช้ควันชนิดและความเข้มข้นเดียวกับผึ้งทั่วไปจึงไม่เหมาะสม โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลของชนิดและความเข้มข้นของควันที่ได้จากพืชเชื้อเพลิงในท้องถิ่นต่อพฤติกรรมความก้าวร้าวเพื่อใช้ในการควบคุมผึ้งชันโรงขณะเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยศึกษาผลชนิดของควันที่ได้จากเชื้อเพลิงพืชในท้องถิ่นต่อพฤติกรรมความก้าวร้าวของผึ้งชันโรง โดยผลิตควันจากการเผาเชื้อเพลิงพืชในท้องถิ่น ได้แก่ ไม้สน ไม้สัก ไม้ฉำฉาและไม้ไผ่ ซึ่งนำมาเผาในสโมคเกอร์ วิเคราะห์พฤติกรรมความก้าวร้าวโดยการนับจำนวนของผึ้งงานที่เข้ามากัดวัตถุทดสอบหลังพ่นควัน 5 นาที พบว่าควันจากไม้สักทำให้ผึ้งงานมีพฤติกรรมก้าวร้าวต่ำที่สุดและทำให้ผึ้งงานที่ถูกควันชนิดนี้ตายน้อยที่สุด การทดลองต่อมาได้ศึกษาผลของความเข้มข้นของควันจากไม้สักต่อพฤติกรรมความก้าวร้าว โดยผลิตควันความเข้มข้นต่างๆ ได้แก่ 150, 300, 450 และ 600 ppm นำไปทดสอบกับผึ้งชันโรงเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมความก้าวร้าว พบว่า ควันความเข้มข้น 450 และ 600 ppm ทำให้ผึ้งงานมีพฤติกรรมความก้าวร้าวน้อยที่สุดและไม่แตกต่างกัน แต่ควันที่ 600 ppm ทำให้ผึ้งงานตายมากกว่า 400 ppm ถึง 1.5 เท่า การทดลองสุดท้ายได้ออกแบบอุปกรณ์ในการพ่นควันสำหรับการเก็บเกี่ยวผลผลิตชันโรง โดยใช้ชนิดและความเข้มข้นของควันที่เหมาะสมจากการทดลองขั้นต้นมาสร้าง จากนั้นทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งาน พบว่าอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นทำให้ผึ้งสงบขณะเก็บผลผลิตและมีจำนวนผึ้งตายน้อยกว่าวิธีการดั้งเดิม (สวนชุดป้องกัน) ถึง 7.2 เท่า อีกทั้งวิธีการดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อสมบัติของน้ำผึ้งชันโรงที่ได้ โครงงานนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงชันโรงโดยใช้ภูมิปัญหาท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป