การศึกษาตะกอนดินประปาร่วมกับสารตัวเติมในการดูดซับไนเตรตและฟอสเฟต เพื่อลดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำจืด

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ศิรภัสสร บัณฑิตสกนธ์, ดมิสา แจ่มนภา

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชิตพงษ์ เหนือเกาะหวาย

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2563

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

แหล่งน้ำจืดที่มีปริมาณไนโตรเจนอนินทรีย์ละลายน้ำมากกว่า 0.168 มิลลิกรัม-ไนโตรเจนต่อลิตร ปริมาณฟอสฟอรัสอนินทรีย์ละลายน้ำมากกว่า 0.062 มิลลิกรัม-ฟอสฟอรัสต่อลิตร และเป็นแหล่งน้ำปิด ที่มีเวลากักน้ำมากกว่า 20 วัน

มีแนวโน้มเกิดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันสูง เนื่องจากสาหร่ายเซลล์เดียวและ พืชน้ำซึ่งเติบโตเร็วปกคลุมผิวน้ำแย่งออกซิเจนจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ในน้ำจนทำให้สิ่งมีชีวิตใต้น้ำตายและทำให้ น้ำเน่าเสีย โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาตะกอนดินประปาร่วมกับสารตัวเติมในการดูดซับไนเตรตและฟอสเฟต เพื่อลดปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำจืด ตะกอนดินประปา ปรับปรุงร่วมกับสารตัวเติม ได้แก่ เถ้าชานอ้อย เถ้าเปลือกหอยเชอรี่ และเถ้าลอยลิกไนต์ ขนาด 1 กรัม ในอัตราส่วนของตะกอนดินประปาต่อสารตัวเติมเท่ากับ 0:10, 2.5:7.5, 5:5, 7.5:2.5 และ 10:0 โดยมวล และปรับปรุงโดยการกระตุ้นด้วยสารละลายกรดอะซิติกความเข้มข้น 0.1 โมลต่อลิตร ในอัตราส่วนสารละลาย

กรดอะซิติกต่อตัวดูดซับเท่ากับ 10 มิลลิลิตรต่อ 1 กรัม หาร้อยละการกำจัดมลสารในน้ำตัวอย่างสังเคราะห์ 25 มิลลิลิตร ความเข้มข้นเริ่มต้น 10 มิลลิกรัมต่อลิตร ระยะเวลา 1, 2, และ 3 ชั่วโมง นำตัวดูดซับที่มีประสิทธิภาพใน

การดูดซับสูงสุด 3 ลำดับแรกดูดซับในน้ำตัวอย่างสังเคราะห์ปริมาตร 100 มิลลิลิตร และน้ำตัวอย่างจากแหล่งน้ำต่าง ๆ ได้แก่ คลอง นาข้าว อ่างเก็บน้ำ ปริมาตร 100 มิลลิลิตร หาร้อยละการกำจัดมลสารและวิเคราะห์การดูดซับโดยใช้

สมการแลงค์เมียร์ และฟรุนดิซ ผลการทดลองเบื้องต้นพบว่าตัวดูดซับตะกอนดินประปาปรับปรุงร่วมกับ เถ้าลอยลิกไนต์มีประสิทธิภาพการดูดซับไนเตรตสูงสุดร้อยละ 76.63 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเมื่อเทียบกับตัวดูดซับตะกอนดินประปาเพียงอย่างเดียวซึ่งมีประสิทธิภาพการดูดซับไนเตรตสูงสุดร้อยละ 62.69 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้สำหรับการพัฒนาแนวทางในการบำบัดน้ำภาคเกษตรกรรมต่อไป