เซ็นเซอร์ตรวจวัดความสว่างเพื่อเปิด-ปิดไฟในที่สาธารณะอัตโนมัติ

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

นันธิกานต์ ไกรนรา, มาลีเฉลิม อินโท

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ฐปนวัฒน์ ชูกลิ่น

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย นครศรีธรรมราช

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ในปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าอย่างมากมายทุกสิ่งรอบตัวเราล้วนจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าในการให้ความสว่าง การใช้ไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ การใช้ไฟฟ้าในการทำอาหาร แต่หลายๆ ครั้งที่ผู้คนอาจละเลยและไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้า โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในการให้ความสว่างในที่สาธารณะซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าอย่างมากมาย เช่น แสงไฟตามเสาไฟบริเวณถนนหนทาง ซึ่งในหลายครั้งเมื่อเริ่มมีแสงสว่างแล้วแต่ไฟเหล่านั้นยังคงเปิดอยู่ ไม่คนมาปิด ทำให้ใช้ไฟฟ้าโดยไม่มีความจำเป็นเกิดการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ทางคณะผู้จัดทำจึงได้คิดและออกแบบสร้างระบบจำลองการเปิดปิดไฟโดยใช้เซนเซอร์ชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้มีการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้ามากขึ้น โดยเซ็นเซอร์ตรวจวัดความสว่างนี้จะทำหน้าที่วัดค่าความสว่างในแต่ละวันซึ่งจะทำงานเมื่อแสงมีค่าความสว่างน้อยกว่า 30 วัตต์ลงไปและหยุดการทำงานเมื่อแสงมีค่าความสว่างตั้งแต่ 30 วัตต์ขึ้นไป นอกจากจะเป็นการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้าแล้วยังเป็นการลดการใช้แรงงานคนในการเปิด – ปิดไฟฟ้าซึ่งอาจต้องใช้เวลานานและช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของเราสะดวกยิ่งขึ้นไปด้วย

ในปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าอย่างมากมายทุกสิ่งรอบตัวเราล้วนจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าในการให้ความสว่าง การใช้ไฟฟ้าในการชาร์จแบตเตอรี่ การใช้ไฟฟ้าในการทำอาหาร แต่หลายๆ ครั้งที่ผู้คนอาจละเลยและไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้า โดยเฉพาะการใช้ไฟฟ้าในการให้ความสว่างในที่สาธารณะซึ่งมีการใช้ไฟฟ้าอย่างมากมาย เช่น แสงไฟตามเสาไฟบริเวณถนนหนทาง ซึ่งในหลายครั้งเมื่อเริ่มมีแสงสว่างแล้วแต่ไฟเหล่านั้นยังคงเปิดอยู่ ไม่คนมาปิด ทำให้ใช้ไฟฟ้าโดยไม่มีความจำเป็นเกิดการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า ทางคณะผู้จัดทำจึงได้คิดและออกแบบสร้างระบบจำลองการเปิดปิดไฟโดยใช้เซนเซอร์ชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้มีการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้ามากขึ้น โดยเซ็นเซอร์ตรวจวัดความสว่างนี้จะทำหน้าที่วัดค่าความสว่างในแต่ละวันซึ่งจะทำงานเมื่อแสงมีค่าความสว่างน้อยกว่า 30 วัตต์ลงไปและหยุดการทำงานเมื่อแสงมีค่าความสว่างตั้งแต่ 30 วัตต์ขึ้นไป นอกจากจะเป็นการประหยัดทรัพยากรไฟฟ้าแล้วยังเป็นการลดการใช้แรงงานคนในการเปิด – ปิดไฟฟ้าซึ่งอาจต้องใช้เวลานานและช่วยให้การดำเนินชีวิตประจำวันของเราสะดวกยิ่งขึ้นไปด้วย