การหาสภาวะที่เหมาะสมของบาซิลลัสเพื่อยับยั้งรา Fusarium solani สาเหตุโรคครากเน่าในถั่วเหลือง
- ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
ณัฐวลัญช์ ภิรมย์นก, รวิสรา คงพรหม
- อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
รพีวรรณ โสวรรณปรีชา, พิมพนิต คงเรือง
- โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์
- ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์
ถั่วเหลืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีความส าคัญทางเศรษฐกิจของโลก และประเทศไทย ถั่วเหลืองจึง สามารถน ามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นอาหารของมนุษย์ และใช้ในอุตสาหกรรมสกัดน้ ามัน ส่วนกากถั่วเหลืองยังใช้เป็นแหล่งโปรตีนส าหรับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ นอกจากนี้แล้วการปลูกถั่วเหลืองยัง ช่วยบ ารุงดินอีกด้วย (ธีระ, 2554) เนื่องจาการขยายตัวด้านอุตสาหกรรมอาหาร และการเลี้ยงสัตว์ของประเทศ เป็นเหตุให้เกิดความต้องการของถั่วเหลืองเพิ่มสูงขึ้น เพื่อใช้เป็นแหล่งโปรตีนในอาหาร ในปัจจุบันนอกจากปัจจัยด้านพันธุ์ถั่วเหลือง สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมที่เป็นเหตุให้ผลิตถั่วเหลือง ได้ไม่เต็มที่แล้ว โรคพืชก็เป็นเหตุส าคัญประการหนึ่งที่ท าให้การปลูกถั่วเหลืองในประเทศได้ผลผลิตต่ าลง โดยมี สาเหตุมาจากเชื้อรา F. solani ที่เป็นสาเหตุของโรครากเน่าในถั่วเหลือง เกษตรกรจึงควบคุมโรคโดยการใช้ สารเคมี เช่น เฟอร์แบม ไธแรม เทอราคลอร์ และฟอร์มาลดีไฮด์ (ไทยเกษตรศาสตร์, 2556) ดังนั้นจึงได้น า เทคโนโลยีชีวภาพที่ได้จากแบคทีเรียกลุ่ม Bacillus sp. มาใช้ในการควบคุมโรค เนื่องจากมีรายงานวิจัยว่า Bacillus sp. มีศักยภาพในการยับยั้งเชื้อรา F. solani ทั้งนี้เพราะ Bacillus sp. เป็นแบคทีเรียที่ทนต่อความ ร้อน และสร้างเอนโดสปอร์ ท าให้สามารถด ารงชีวิตอยู่ได้ในสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย (k.cleaning, 2561) Bacillus sp. ส่วนใหญ่เจริญได้ดีที่อุณหภูมิปานกลาง อุณหภูมิที่เจริญได้ดีอยู่ระหว่าง 30-45 องศา เซลเซียส แต่บางสายพันธุ์เจริญได้ดีที่อุณหภูมิสูง (พิมพ์เพ็ญ, 2559) ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ศึกษาหาสภาวะที่ เหมาะสมของ Bacillus sp. ในการผลิตสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อยับยั้งราก่อโรคพืช F. solani สาเหตุโรค รากเน่าในถั่วเหลือง เพื่อเป็นแนวทางในการทดแทนการใช้สารเคมีในการเกษตรในอนาคตได้