ศึกษาประสิทธิภาพของผงสีที่ได้จากกลีบบัวหลวง ก้านบัวหลวง และเกสรบัวหลวง

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

สิวาภรณ์ ทวีผล, สิทธิกร อำนวยพานิช, กนกพร แสนทวีสุข

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ชนม์ณกานต์ ธนัชสมวรรณ์, วิภารัช ลิ้มบุญเจริญ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวัดเขียนเขต

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2560

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

เนื่องจากในสีผสมอาหารแต่ละชนิดหรือแต่ละสีนั้นจะมีส่วนผสมของโลหะหนักผสมอยู่ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด เช่น ตะกั่ว สารหนู โครเมียม เมื่อเรารับสารเหล่านี้ก็จะสะสมในร่างกายในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง โลหิตจาง ส่วนตะกั่วจะมีพิษต่อระบบประสาททั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง อาจทำให้ถึงแก่ชีวิต

คณะผู้จัดสนใจศึกษาทำผงสีผสมอาหารจากธรรมชาติที่ไม่มีสารที่เป็นอันตรายเจือปน ซึ่งในท้องถิ่นเราพบบัวหลวงเป็นจำนวนมาก จึงสนใจเริ่มต้นทำผงสีผสมอาหารจากส่วนต่างๆของบัวหลวง ได้แก่ กลีบดอกบัวหลวง ก้านบัวหลวง และเกสรบัวหลวง

จากการศึกษาพบว่าในกลีบบัวหลวงมีเม็ดสีชื่อแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นสารประกอบชนิดฟีนอล (Phenol) ละลายได้ในอะซิติกเอซิด (Acetic acid) เราจึงเลือกน้ำส้มสายชูกลั่น 5% มาเป็นตัวทำละลาย ส่วนก้านของดอกบัวหลวงนั้นมีเม็ดสีชื่อคลอโรพลาสต์ (Chloroplast) ซึ่งเป็นสารประกอบชนิดคลอโรฟิลล์ (Cholrophlle) ละลายได้ในอะซิโตน (Acetone) , เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) เราจึงเลือกใช้เอทิลแอลกอฮอล์เข้มข้น95%มาเป็นตัวทำละลายและเกสรมีเม็ดสีชื่อแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งเป็นสารประกอบชนิดแซนโลฟิลล์ (Xanthophyll) ละลายได้ในเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl alcohol) ลิพิด (Lipid) อะซิโซน (Acetone) เราจึงเลือกเอทิลแอลกอฮอล์เข้มข้น95%มาเป็นตัวทำละลาย 1) ศึกษาสารละลายที่เหมาะสมในการสกัดสี 2) ศึกษาความเข้มข้นของสารละลายที่เหมาะสม 3) วัดปริมาณเม็ดสีโดยใช้สเป็กโทรโฟโตมิเตอร์ 4) ทำให้สารละลายเป็นผงโดยใช้วิธีการสเปยด์ดราย 5) เปรียบเทียบความแตกต่างของผงสีธรรมชาติและสังเคราะห์ 6) ขอใบรับรอง 7) ทดลองใช้กับอาหาร ดังนั้นคณะผู้จัดทำโครงงานเรื่อง “ ศึกษาประสิทธิภาพของผงสีที่ได้จากกลีบบัวหลวง ก้านบัวหลวง และเกสรบัวหลวง ”