มูลบอลช่วยลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์และปลูกพืช

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ดาวิด เชือด

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ภคอร บุญเลิศ

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนพนมสารคาม "พนมอดุลวิทยา"

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2565

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

ในการศึกษาผลิตมูลบอลจากมูลสัตว์กินพืช เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์และปลูกพืช สภาพปัญหาในเขตพื้นที่เขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่เป็นดินร่วนปนทราย (Sandy loam) หรือดินชุดดินมาบบอน (Mb) กลุ่มดินที่ 35 ซึ่งเป็นดินที่มีปริมาณอินทรียวัตถุและแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติต่ำทั้งดินบนและดินล่างกักเก็บน้ำได้น้อย พืชที่ใช้ทดลองเป็นต้นมะขามหวานซึ่งเป็นพืชที่กำลังได้รับความนิยมสำหรับผู้ปลูกและผู้บริโภคในท้องถิ่น แรงบันดาลใจจากการสังเกตเห็นมูลช้างมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดใหญ่เท่า ๆ กับลูกฟุตบอลขนาดเล็ก และเมื่อทิ้งกองมูลสัตว์กินพืชตากแดดไว้นาน ๆ จนแห้งบนพื้นดิน แต่เมื่อยกกองมูลดังกล่าวออกจะเห็นว่าดินที่อยู่ใต้กองมูลนั้นยังมีความชื้นอยู่และมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงทำให้เกิดแนวคิดที่จะผลิตมูลบอลจากมูลสัตว์กินพืช เพื่อช่วยกักเก็บความชื้นในดินร่วนปนทรายและลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับปลูกพืช ในขั้นตอนแรกได้ทำการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยใส่ดินร่วนปนทรายลงในกระถาง แล้วจะนำมูลบอลที่ผลิตจากการทดลองเปรียบเทียบชนิดของมูลสัตว์กินพืช (มูลโค มูลกระบือ และมูลช้าง) ในการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บความชื้นในดินของมูลบอลด้วยการบรรจุเส้นใยพืชภายในมูลบอล (เส้นใยแกนกลางลำต้นมันสำปะหลัง ชานอ้อย และขุยมะพร้าว) ส่วนการเติมเชื้อรา Trichoderma sp. เพื่อยับยั้งเชื้อราดำบนเส้นใยภายในมูลบอลและเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ต่อเชื้อราก่อโรคพืช หลังจากนั้นเปรียบเทียบจำนวนและระยะห่างของมูลบอลที่ใช้งาน (1 ลูก 2 ลูกวางติดกัน 2 ลูกวางห่างกัน และ 3 ลูกวางห่างกัน) พบว่า มูลบอลที่ผลิตจากมูลโคภายในบรรจุเส้นใยแกนกลาง ลำต้นมันสำปะหลังเติมเชื้อรา Trichoderma sp. ลงบนเส้นใยสามารถกักเก็บความชื้นในดินดีและเหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ใช้มูลบอล ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพของมูลบอล ณ ห้องปฏิบัติการ กรณีใช้มูลบอลสำหรับเพาะเมล็ดพันธุ์มะขามหวานสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ 32.56% และกรณีใช้มูลบอลกับพืชที่ปลูกไว้แล้วสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้สูงสุดถึง 57.51% ส่วนการทดสอบประสิทธิภาพของมูลบอล ณ สภาพจริงแปงทดลอง กรณีใช้มูลบอลเพาะเมล็ดพันธุ์พร้อมปลูกมะขามหวานสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 57.26% สำหรับกรณีใช้มูลบอลกับต้นมะขามที่ปลูกไว้แล้วสามารถลดปริมาณการใช้น้ำได้ถึง 48.57% ทุกการทดสอบประสิทธิภาพจะเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ใช้มูลบอล ดังนั้นวิธีการใช้มูลบอลที่ผลิตจากมูลโคจะเป็นผลดีต่อคุณภาพของดินในระยะยาว มีต้นทุนต่ำ ลดการใช้ถุงเพาะชำที่เป็นพลาสติก ถือว่าเป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญเป็นการอนุรักษ์ดินและน้ำได้อย่างยั่งยืน

คำสำคัญ ; ความชื้นในดิน ดินร่วนปนทราย มะขามหวาน มูลบอล