โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการศึกษาเปรียบเทียบผลของน้ำกลั่น น้ำในถุงเมล็ดมะละกอ ฮอร์โมนและสารผสมระหว่างน้ำในถุงเมล็ดมะละกอกับฮอร์โมน ที่มีผลต่อการเร่งการงอกของเมล็ดข้าว ข้าวโพด พริก ผักชีและกระเทียม

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • นุศรา บุญธรรม

  • ยุพเรศ ขวัญยืน

  • ศิริพร องค์วิเศษไพบูลย์

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • ทิพาพร ขวัญแก้ว

  • พิมพรรณ ช่วงสกุล

  • แสงเดือน เหมะวิบูลย์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

รางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

ม.ต้น ชนะการประกวดรางวัลชมเชย กำหนดหัวข้อ ภาคเหนือตอนบน

การตีพิมพ์ผลงาน

วารสารบทคัดย่อการศึกษาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี 2544 12(35) p

คำสำคัญ (keywords) ของโครงงาน
  • สารเร่งการงอก

  • เมล็ดพืช

ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาว่าน้ำในถุงเมล็ดมะละกอที่มีส่วนผสมต่าง ๆ สามารถเร่งการงอกของเมล็ดข้าว ข้าวโพด กระเทียม พริกและผักชีได้มากน้อยอย่างไร วิธีการทดลองแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนที่ 1 มีวิธีการดังนี้ คือ นำเมล็ดข้าว ข้าวโพด พริก ผักชีและกระเทียมแช่ในน้ำกลั่น น้ำในถุงเมล็ดมะละกอ ฮอร์โมนและสารผสมระหว่างน้ำในถุงเมล็ดมะละกอกับฮอร์โมน เป็นเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารทั้ง 4 ชนิด จากนั้นนำเมล็ดพืชที่ผ่านการแช่ในสารแต่ละชนิดไปเพาะแล้วนำผลการงอกของเมล็ดพืชแต่ละชนิดในแต่ละวันมาหาค่าดัชนีการงอก พบว่าเมล็ดพืชทุกชนิดที่แช่ในน้ำในถุงเมล็ดมะละกอจะมีค่าดัชนีการงอกของเมล็ดสูงที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับเมล็ดที่แช่ในน้ำกลั่น ฮอร์โมน และสารผสมระหว่างน้ำในถุงเมล็ดมะละกอกับฮอร์โมน ตอนที่ 2 ทำการทดลองศึกษาอัตราส่วนที่เหมาะสมของสารที่พบว่าสามารถใช้เร่งการงอกได้ดี โดยการแบ่งเมล็ดพืชทั้ง 6 ชนิดเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละ 100 เมล็ด นำไปแช่ในน้ำในถุงเมล็ดมะละกอผสมกับน้ำกลั่นในอัตราส่วนต่างกัน 3 ชุด คือ 75 % , 50 % และ 25 % เป็นเวลา 12 ชั่วโมง จากนั้นนำเมล็ดทั้งหมดมาเพาะแยกเป็นกลุ่ม ๆ นำผลการงอกของเมล็ดแต่ละวันมาหาค่าดัชนีการงอก พบว่าเมล็ดข้าว ข้าวโพด และพริก ที่แช่ในน้ำในถุงเมล็ดมะละกอในอัตรา 100 % (นำผลการทดลองไปเปรียบเทียบกับตอนที่ 1) มีดัชนีการงอกสูงที่สุด ส่วนเมล็ดผักชี และกระเทียมที่แช่ในน้ำในถุงเมล็ดมะละกอ 50 % มีค่าดัชนีการงอกสูงที่สุด