โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการพัฒนาเม็ดบีทจากไฮโดรเจลยางมะกอกป่าเพื่อควบคุมการปลดปล่อยสารซาโปนินในการกำจัดหอยที่เป็นศัตรูพืชทางการเกษตร

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์
  • กุลณัฐน์ จักรใจวงศ์

  • รุ่งรวี อินต๊ะวงค์

  • เกวลิน เขื่อนแก้ว

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์
  • สุธิพงษ์ ใจแก้ว

  • เกียรติศักดิ์ อินราษฎร

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์

รางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์

ม.ปลาย เหรียญทองแดง ภาคเหนือตอนบน

คำสำคัญ (keywords) ของโครงงาน
  • ซาโปนิน

  • มะกอกป่า ยาง

  • วิทยาศาสตร์กายภาพ

  • หอย การกำจัด

  • ไฮโดรเจล

ประเภทโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ซาโปนินเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดหอยที่ใช้ในระดับความเข้นข้นสูง โครงงานนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเม็ดบีทจากไฮโดรเจลยางมะกอกป่าเพื่อควบคุมการปลดปล่อยสารซาโปนินในการกำจัดหอยที่เป็นศัตรูพืชทางการเกษตร โดยแบ่งเป็น 4 การทดลอง ดังนี้ การทดลองที่ 1 ศึกษาสมบัติของสารสกัดซาโปนินจากพืชในท้องถิ่น โดยสกัดสารซาโปนินจากผลชาน้ำมัน มะคำดีควาย และส้มป่อย โดยใช้เมทานอล พบว่าสารสกัดจากพืชทั้งสามชนิดมีซาโปนินเป็นองค์ประกอบ สารสกัดจากชาน้ำมันมีปริมาณซาโปนินที่สกัดได้มากที่สุด รองลงมาคือมะคำดีควายและส้มป่อย การทดลองที่ 2 ศึกษาสมบัติของไฮโดรเจลจากยางมะกอกป่า โดยนำไฮโดรเจลจากยางมะกอกป่ามาวิเคราะห์สมบัติ เปรียบเทียบกับไฮโดรเจลจากโซเดียมอัลจิเนตและไฮโดรเจลจากพอลิอะคริเลต พบว่าไฮโดรเจลจากยางมะกอกป่ามีสมบัติในการดูดซับสารละลายได้มากกว่าโซเดียมอัลจิเนต แต่มีการอุ้มสารละลายได้น้อยกว่าพอลิอะคริเลต รวมทั้งมีอัตราการย่อยสลายได้เร็วกว่าถึง 2.8 เท่าและสามารถนำมาขึ้นรูปเป็นเม็ดบีทได้ การทดลองที่ 3 ศึกษาการควบคุมการปลดปล่อยสารซาโปนินของเม็ดบีทจากยางมะกอกป่า โดยนำสารสกัดซาโปนินจากผลชาน้ำมันผสมกับไฮโดรเจล จากยางมะกอกป่าความเข้มข้น 500 ppt นำมาขึ้นรูปเม็ดบีทด้วยการหยดในสารละลายแคลเซียมคลอไรด์ นำไปทดสอบการปลดปล่อยสารซาโปนินด้วยชุดอุปกรณ์ทุก ๆ ชั่วโมง แล้วเปรียบเทียบกับเม็ดบีทจากโซเดียมอัลจิเนตและพอลิอะคริเลต พบว่าเม็ดบีทจากยางมะกอกป่าสามารถควบคุมการปลดปล่อยซาโปนินให้มีความสม่ำเสมอมากกว่าโซเดียมอัลจิเนตและพอลิอะคริเลต โดยทำให้มีความเข้มข้นสูงกว่า 200 ppm ได้นานถึง 20 ชั่วโมง การทดลองที่ 4 ศึกษาผลของเม็ดบีทจากไฮโดรเจลยางมะกอกป่าเพื่อควบคุมการปลดปล่อยสารซาโปนินต่อการกำจัดหอย โดยนำเม็ดบีทที่ได้ทดสอบการกำจัดหอยในตู้ทดลองเปรียบเทียบกับสารกำจัดหอยในทางการค้าและกากชา พบว่าการใช้เม็ดบีททำให้หอยตายได้เร็วเทียบเท่ากับการใช้สารเคมี คือ ตายภายใน 15 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกกว่ากากชา 6 ชั่วโมง แต่เม็ดบีทมีประสิทธิภาพในการกำจัดหอยได้นานกว่าสารกำจัดหอยในทางการค้า และเม็ดบีททำให้ลูกปลานิลตายน้อยกว่าการใช้สารกำจัดหอยในทางการค้าและกากชาถึง 8.6 และ 3.1 เท่า ตามลำดับ เมื่อนำไปทดสอบใช้งานในนาข้าวพบว่าเกษตรกรมีความพึงพอใจในระดับมาก