๓.๒ คำอธิบาย

ผู้เขียนได้ขยายความอย่างกว้างขวางในด้านโครงสร้างการผลิต สภาวะการลงทุน และการค้าระหว่างประเทศ ตลอดรวมถึงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และกฎกติกาเงื่อนไขภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์

ประเด็นหลักของเอกสารฉบับนี้ คือการประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงกับโครงสร้างการผลิตที่ยั่งยืน (Sustainable Development) จนเกิดการผสมกลมกลืนในภาคต่างๆ จนสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ โดยลดการพึ่งพาจากภายนอก ยึดความพอดีและพึ่งตนเองให้ได้

ข้อความตอนหนึ่งได้กล่าวอ้างถึงพระราชดำรัส ซึ่งอาจสรุปได้ว่า ความพร้อมในระดับจุลภาค (Micro level) หมายถึง ความพร้อมในตนเอง ทุน เทคโนโลยีที่เหมาะสมและมั่นคง ว่าเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนก่อนที่จะขยายไปสู่ความเจริญในระดับเศรษฐกิจโดยรวม

การพัฒนาระดับจุลภาคต้อง "ระเบิดจากข้างใน" มุ่งเน้นขั้นตอนให้มีความพอเพียงเลี้ยงตัวเองได้บนพื้นฐานของความประหยัด เหลือจึงขาย จนทำให้ตลาดสามารถถูกกำหนดได้ด้วยเกษตรกรผู้ผลิตซึ่งนับเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากภายนอกได้ นอกจากนี้ควรมีการรวมกลุ่มรวมพลังเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยเครือข่ายที่กว้างขวางให้มีความร่วมมือที่หลากหลายขึ้น

ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า การรวมกลุ่มในระบบจะก่อให้เกิดเครือข่ายที่จะช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันในอีกลักษณะหนึ่ง เกิดความเสี่ยงแบบรวมกลุ่ม (Pool risk) ในระบบเศรษฐกิจทำให้เกิดผลกระทบในวงกว้างซึ่งสามารถแก้ไขได้ในระบบองค์กร ขณะที่จะสามารถกระจายผลประโยชน์ในเชิงบวกแก่สมาชิกของกลุ่มได้ในวงกว้าง

นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญต่าง ๆ ที่ควรกล่าวถึง ในส่วนของอุตสาหกรรม กล่าวคือ อุตสาหกรรมที่เหมาะสม และตลาดรองรับเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งควรมีการทบทวนอย่างรอบคอบ ปลูกฝังจิตสำนึกในการออมและการลงทุนที่ไม่เกินตัว ปรับสภาพสมดุลของเศรษฐกิจภายนอกและในประเทศ มุ่งเน้นความค่อยเป็นค่อยไป ระมัดระวังในการวางแผนดำเนินงานต่าง ๆ

ผู้เขียนกล่าวในตอนท้าย เพื่อการศึกษาในแนวลึกว่า

  • ระดับเท่าใดจึงจะพอเหมาะสมต่อการผลิตในแต่ละสาขา เพื่อรักษาระดับประสิทธิภาพและการแข่งขันในตลาดโลกได้

  • ระดับการศึกษาเศรษฐกิจต่างประเทศควรอยู่ในระดับเท่าใด

  • ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน

  • การพิจารณาขีดความสามารถในการแข่งขันในอนาคตการเกษตรควรมุ่งเน้นในเรื่อง Productivity ให้มากขึ้น