พิธีกรวดน้ำ

ทุก ๆ พิธี เจ้าภาพต้องเตรียมน้ำไว้สำหรับกรวดน้ำเมื่อเสร็จพิธีแล้ว พอพระว่า ยถา ก็เริ่มกรวดน้ำลงกับพื้นดิน หรือภาชนะสำหรับรองน้ำ การเทน้ำขณะกรวดนั้นถือกันมาก ไม่ให้หยดติ๋ง ๆ หรือเทขาดระยะ ต้องเทให้เป็นสายติดกันไปให้พอดีกับพระว่า ยถา จบน้ำหมดพอดี คำสำหรับว่าขณะกรวดน้ำนั้น ท่านแต่งเป็นภาษาบาลีไว้ว่าดังนี้:

ยงกิญฺจิ กุสลํ กมฺมํ กตฺตพฺพํ กิริยํ มม
กาเยน วาจามนสา ติทเส สุคติ กตํ
เย สตฺตา สญฺญิโน อตฺถิ เย จ สตฺตา อสญฺญิโน
กตํ ปุญฺญผลํ มยฺหํ สพฺเพ ภาคี ภวนฺตุ เต
เย ตํ กตํ สุวิทิตํ ทินฺนํ ปุญฺญผลํ มยา
เย จ ตตฺถ น ชานนฺติ เทวา คนฺตฺวา นิเวทยุํ
สพฺเพ โลกมฺหิ เย สตฺตา ชีวนฺตาหารเหตุกา
มนุญฺญํ โภชนํ สพฺเพ ลภนฺตุ มม เจตสา ฯ

คำแปล

การกระทำที่เป็นกุศลกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งสัตว์จะพึงกระทำด้วยกาย วาจา และใจ อันเป็นเหตุจะให้ไปเกิดในไตรทศเทวสถานโดยง่าย เราได้ทำแล้ว สัตว์ทั้งหลายเหล่าใด ทั้งที่มีสัญญา และไม่มีสัญญา ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้นจงเป็นผู้มีส่วนได้รับผลบุญที่เราทำแล้ว สัตว์ทั้งหลายที่รู้แล้วว่าเราให้ส่วนบุญ ก็จงรับส่วนบุญนั้น ที่ยังไม่รู้ขอให้เทพดาจงช่วยไปบอกให้รู้ สัตว์ทั้งหลายในโลกที่เลี้ยงชีวิตด้วยอาหาร ขอจงได้อาหารที่ชอบใจด้วยจิตอุทิศให้ของเราเถิด

ถ้าจะไม่ว่าเป็นภาษาบาลี จะตั้งจิตนึกเอาเองก็ได้ จะอุทิศส่วนบุญให้ใคร ก็เจาะจงให้ผู้นั้น หรือจะให้ทั่ว ๆ ไปก็ว่าตามรูปความในบท ยงฺกิญฺจิ นั้น แต่ที่ใช้กันโดยมากว่าดังนี้ อิทํ เม ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย แปลว่า ขอผลทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุข เพียงเท่านี้ก็ได้ชื่อว่ากรวดน้ำ

การกรวดน้ำน่าจะมีมาก่อนพุทธกาล เพราะมีในชาดกต่าง ๆ เช่น มหาเวสสันดรชาดก ปรากฏว่าพระเวสสันดรบริจาคทานครั้งใด ก็ทรงหลั่งน้ำอุทกธาราได้ตกเหนือบาทมูลทุกครั้ง จนถึงกับถือกันมาว่า น้ำที่หลั่งลงไปนั้นไปรวมอยู่ที่มวยผมของนางธรณี คือนางแผ่นดิน ขณะเมื่อมารผจญพระพุทธเจ้า ก็ร้อนถึงนางธรณีต้องขึ้นมาช่วยแล้วบีบน้ำออกจากมวยผม จนน้ำท่วมพวกมารพ่ายแพ้ไป ดังภาพปรากฏในเรื่องพระพุทธเจ้าผจญมารในที่ต่าง ๆ หรือภาพนางธรณีบีบมวยผมข้างสะพานผ่านพิภพลีลานั้น น้ำที่มวยผมนางธรณีนั้น เขาถือว่าเป็นน้ำที่พระพุทธองค์ทรงหลั่งในการบำเพ็ญทุกครั้ง เมื่อยังทรงพระชาติก่อน ๆ

อนึ่ง ในสมัยพุทธกาลปรากฏว่า ได้มีการกรวดน้ำ เช่น พระเจ้าพิมพิสารถวายทานแก่พระสงฆ์ ก็ทรงหลั่งน้ำทักษิโณทกอุทิศส่วนบุญให้แก่ญาติที่ล่วงลับไปดังนี้ การกรวดน้ำจึงถือเป็นประเพณีทำสืบ ๆ กันมา ความมุ่งหมายของการกรวดน้ำมีอยู่ ๓ ประการ คือ:

๑. เป็นการแสดงกิริยายกให้ เช่น ของที่ใหญ่โตเกินไป ไม่สามารถที่จะหยิบยกให้ได้ ก็ใช้หลั่งน้ำใส่มือผู้รับ หรือหลั่งลงบนแผ่นดิน ดังที่พระเวสสันดรพระราชทานช้างเผือกแก่พราหมณ์ ก็ทรงหลั่งน้ำลงบนมือพราหมณ์ เป็นต้น

๒. เป็นการตั้งความปรารถนา ขอให้ผลบุญที่ทำไปอำนวยให้ประสบผลที่ประสงค์ สมกับที่พระอนุโมทนาว่า ยถา วาริวหา แปลว่าขอให้ความปรารถนาจงเต็มบริบูรณ์เหมือนน้ำที่เต็มฝั่ง

๓. เป็นการแผ่กุศลที่ตนทำให้แก่ญาติมิตรและสัตว์ทั้งหลายไม่เลือกหน้า ได้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่ตระหนี่ในบุญกุศล นับเข้าในวิธีทำบุญได้อีกประการหนึ่ง เรียกว่า ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการแผ่ส่วนบุญ