ศิริวิบุลย์กิติ

ของ หลวงศรีปรีชา (เซ่ง)

ความรักของพระนางศรีมณีวดีราชเทวีต่อศิริวิบุลย์กิติ

๓๑. กลบทดังนี้ ชื่อพวงลาบพวงแก้ว

จักกลับกล่าวทิ้งมิ่งเมียขวัญ นับแต่วันแสนโศกเศร้าศรี ไม่รายทุกข์ถึงจอมโมลี แสนสุดที่ทุกข์ถึงภัศดา อยู่ในไพรระหงแดนดงหลวง ให้เปลี่ยวทรวงนางรำไห้หา จนเนินนานเลื่อนนับเดือนมา อยู่ในบ่าป่าไพรสัณฑ์โดยเดียว จนพระครรภ์นั้นถึงทสมาส ประสูติราชบุตรางามสุดเฉลียว เป็นยามดักดิกสงัดจิตต์เจียว พระองค์เดียวเอกากายานาง เจ้าตักต้มน้ำใส่ก้อนเส้า ให้คลอเคล้าน้ำตานองหมองหมาง แลเห็นบุตรงามมากตริภิกตร์สำอาง แจ่มกระจ่างหมดจดจับใจ พระกายงามดั่งทองทั้งแห่ง ดูสดแรงแสงศรีหรี่สุกใส แลเลิศลอยเอยล้ำ แล้วไล่ ภักตร์ประไพพิลาสเพียงภักตร์พรหม เนตรดั่งนิลเนตรเนื้อแน่งน้อย ขนงช้อนซูชิดช่างสม ดั้งการสังหารราญราชม พระสยอมคั่งกลึงกลั่นเกลากล่อม พระโอษฐ์อิ่มเอื้อนโอษฐ์อ้าแดง ดั่งชาดแจ้งจิ้มจินดารถนอม พระปรางเปรียบปรางวัชรินทร์จอม พระกรน้อมเปรียบกุหลาบราย พระกรงามดุจวงคชรัตน์ พระหัตถ์ดั่งเทียนเคล้าทองฉาย เฉกเฉิดโฉมเฉลาทรงนารายณ์ พระเพลาหมายเหมือนลำกลี นาสิกดุจแก้ววิเชียร ที่เสถียรทรงองค์โกสีย์ สำหรับไอยรารัตนาคี พระทรงศรีศัตรางค์ทรงทศกร พระซงม้ชอยเช่นชงฆ์สุชัม บดีล้ำลำเดิหลักษณ์พระลักขนา พระนางทอดเนตรบุตรบวร แนบไหน่อนนอนแนบอกอุ่นอิง จูบปรางจอมหทัยจอมปรางจันทร์ จิตใจหวั่นไหวใจหวิววิกพิศวง น้อมถนอมน้อมจำเนียรจำนง แอบอุ่นองค์ธุระระอุรัน เนตรนางย้อยคลอเกล้าเคล้าคลั่ง นุชกลสั่งกันแสงเสียวศัลย์ โอ้เจ้าแม่แม่นี้จากปรางค์จันทร์ ใจแม่หวั่นหวั่นถึงวังเวงครวญ ว่าแม้มิ่งมีงดวงแก้วแม่คลอด แต่ก่อนยอดยศศักดิ์ศักดิ์แสนส่วน หมู่แม่นมแม่นางนีมนวด พี่เลี้ยงล้วนล้าเริศลอยทรง จักขับกถ่อมกล่อมกล่าวกลอนเกลี้ยงกล่าว จักมีท้าวนางน้อมประสงค์ มหาดเล็กติดตามองค์ ล้วนราชพงศ์เผ่าพันธุ์ดี โอ้ตกอับแล้วอกอกกูเอย เจ้าจงเชยแต่บังไพรศรี เอาอาศรมสมมุติปรางค์รูจี เอากินรีเริงร่อนราร่ำ ต่างนางขับชอ่อนเอียงองค์ เอาเหมหงส์ต่างนางนวลบำ แทนพี่เลี้ยงประโลมใจจำ วิไลยล้ำเลิศองค์เอวอ่อน ฯ

๓๒. กลบทดังนี้ ชื่อกวางเดินดง

ลูกเอ่ยแม่จะจัดเอานกแก้ว นกเอ๋ยบินมาแล้วมาเลี้ยงสมร ยูงเอ๋ยมาเป็นเพื่อน พ่อน้องจร ยางเอ๋ยมาเยี่ยมร้อนที่เรียมครวญ นกเขียนามชื่อว่านกโนรี เร็วเอ๋ยเรียบมานี่มาแนบสงวน กระเหว่าเอ๋ยแอบกระเวียนกระเวนรวน นกเอ๋ยช่างชูนวสน่าชวนชม เป็ดเอยสีแดงแสงก็พร้อย พ่อหนูเอ่ยพ่อหนูน้อยน่าชังสม สัตว์เอ๋ยสัตตะวะล่องหล้าลม ลูกเอ๋ยแลภิรมย์ภิเริงรัก แขกเต้าเอ๋ยอยู่ตามกิ่งแต่วเดีย คลายเรียลลอแตนเคลียคลั่งโคลงสมัด เจ้าแม่เอ๋ยเห็นแต่หน้าพระลูกรัก พ่อเอ่ยวงผนักมาทัศนา เปล้าเอ๋ยจับปลวงเปล่าอยู่เปล่าเปลี่ยว เขะเอ่ะขันตัวเดียวลูกแนบหน้า นกเอ๋ยช่างเหม่อนอกเราสองรา เปล่าเอ๋ยเปลี่ยวอยู่บ่าพนาดอน สาลีกาเอ๋ยเกาะก่องอยู่กิ่งแก้ว จาบเอ๋ยใจใจเจ้า จับจิตรสมร โพเอ๋ยระโตกพึ่งร่มโพนอน นกเอ๋ยยังรู้ร้อนเหมือนเรียมกรม ลูกเอ๋ยองค์เดียวแต่หอยู่อ้างว้าง นิจาเอ๋ยประสูตรกลางพนาศรม เจ้าแม่เอ๋ยเห็นแต่หน้ามารดาชม กะมีเอ๋ยมะเกรียมกะมะระทมกรอม เบ็ญจวรรณเอ๋ยแล้วเวียนระวังแสง สีเอ๋ยขาวเขียวแดงน่าชูถนอม ไก่เอ๋ย เรียงว่าฟ้าก็มาพร้อม พยาลอเอ๋ยและละม่อมวะไม่งาม กะตั้วเอ๋ยเต้นตัวเดียวกะต้อยกะต้อย นกเอ๋ยเหมือนลูกน้อยใจหวามหวาม กะต่ายเด็กมาเต้นอยู่กะต่ายกะต่าย กะแตเอ๋ยไรไม้งามกะต่อนกะต่อน ลูกเอ๋ยแม่แลแล้วโลกเลิ้วโลด สัตว์เอ๋ยช่างสันโดษโลดผ่อนโลดผ่อน เจ้าแม่เอ๋ยไยเจ้าแม่ไม่จรไม่จร ลูกเอ๋ยไม่ลืมคนนอนชะแง้ชะนัง ฯ

ศรีวิบุลย์กิติทูลลาพระมารดาไปตามพระบิดา

๓๙. กลบทดังนี้ ชื่อบุหบงแย้มยกา

พระกุมารตริตรองทำนองปราชญ์ พระจอมราบเจ้าคิดน้ำจิตเถลิง พระหน่อน้อมค้อมบังคมภิรมย์เริง พระเอี่ยมเอิงแอบองค์ประวงกร พระกราบทูลว่าข้าแต่แม่เจ้า พระคุณเอี่ยมลือลูกน้อยจะลางามพระคุณจงอำนวยช่วยอวยพร พระคุณเจ้า ฉันจะจรตาม บิตุรา พระบิตุรงค์จะฉุดว่าจักไปไหน พระเสด็จไปนานเนิ่นเกินหนักหนา พระนางฟังราชบุตรสุดที่จะลา พระหทยาดั่งไม่ราพันทาจิตพระจึงตอบปลอบว่าดูราพ่อ พระน้อยหน่อนพคุณวิบุลสอน พระหน่ะเอ้ยพ่ออย่านิกพเนจร พระหน่ออ่อนหน่อเอี่ยมอังกุรา พระหน่อน้อยจ้อยนิดเท่านี้ พระหน่อวะให้แม่ทวีเทมหา พระหน่อเนื้อหน่อนามบัตติยา พระหน่ออย่าละแม่ให้แดเดียว พระคุณเอี่ยมลูดน่าทูลว่าอะไร พระหิมพาป่าใหญ่ในไพรเขียว พระหน่อจะจรแม่จะอยู่แต่ผู้เดียว พระแม่จะเปลี่ยวเปล่าแต่จะแฉใคร พระบิตุราเจ้าก็ร้างไปห่างแล้ว พระลูกแก้วเจ้าจะพรากไปจากไฉน พระกะรัสมลชนนี้ นไรราย พระหฤทัย ว้าเหว่ โอ้เวลา พระสุริยงลงลับเหลี่ยมไศล พระหฤทัยแม่จะเลี่ยมเหลี่ยมสังขาพระสุริเยศ จะประเวศเมรีมา พระว่าถญาแม่จะวางประเวศนิวร พระสุริยาฉาโลกครรไลแล้ว พระมารดาจะลาลูกแลให้แม่สงขร พระสุรงสงแสงแรงรอนรอน พระแม่จะวอนกรรแสงแรงอุรา พระกรรเอ๋ยแม่เหมือนอกนกจากพราก พระลูกจากแม่จักรำหนามหา พระองค์เดี่ยวเปลี่ยวเดชพระเวทนา พระวิญญาแม่จะวางพ่ออย่าจร พระกุมารกราบกรานพิถาบละห้อย พระคุณเอ๋ยจิตลูกน้อยนี้ขอนถอน พระบิตุราป่านฉนี้ชีวีวร พระชีพจะมรณ์แล้วฤายังลูกคลั่งใจ ฯ

๔๑. กลบทดังนี้ ชื่อทศประวัติ

โอ้กเอ๋ยหวาดหวังจะวังเวง โอ้อกเอ่ยครุ่นเครงจะครวญหา โอ้อกเอ้ยสงสารพระมารดา โอ้อกเอียอนิจจาจะอาวรณ์ โอ้อกเอียอาตมาในครานี้ โอ้อกเอ๋ยเอก็ใน ไพรสณฑ์ โอ้อกเอ๊ยครั้นไม่ลามารดาจร โอ้อกเอ๋ยพระบิดาจะมรณา โอ้อกเอ๋ยครั้นจะสามารดาเล่า โอ้อกเอียแม่จะเศร้ากระสันหา พุทโธเอียพุทธองค์ทรงตรัสวา พุทโธเอ้ยภาษาไม่เที่ยง พุทโธเอียได้ยศแล้วถดถอย พุทโธเอียเลื่อนเอยแล้วเหลียวหลัง พุทโธเอ๊ยเมื่อดีมีมั่งคั่ง พุทโธเอ็ยเพื่อนฝรั่งสพร้อมพรู พุทโธเอียตกจนแล้วคนหยาม พุทโธเอียมีแต่ความจรอดสู พุทโธเอียรูปก็งามความก็รู้ พุทโธเอ้ยอับแล้วพูดกระอา ทุกบังเอียสังเวชแม่เกษแก้ว ทุกบังเคยไกลลูกแล้วจะครวญหา ทุกบังเอ้ยจักทุกข์ถึงรึงอุรา ทุกขังเอ้ยหัทยาจะทุกข์กรอม ทุกขังเอ๋ยตั้งแต่ทุกข์ไม่สุขา ทุกขังเอยทุกทีว่าซูบผอม ทุกขังเอียเนตรจักนวลนวลจักงอม ทุกขังเอยผวาจักรอมผอมจักรา ทุกขังเอ๊ยบังแต่ทุกข์ขุกแต่เข็ญ ทุกบังเอยทุกข์เข้าเห็นเข็นเข้าหา อนิจจังโอ้จะตั้งอนิจจา อนิจจังกายาพิรากล อนิจจังสมบัติย่อมวิบัติ อนิจจังคล่องแล้วขัดวิบัติผล อนิจจังสังขาราประชาชน อนิจจังมีแล้วจนแต่วนเวียน อนิจจังอาตมานิจจากาย อนิจจังทรัพย์ทั้งหลายไม่เสถียร อนิจจังใจแล้ววนจนแล้วเวียน อนิจจังตั้งแต่เปลี่ยนเวียนแต่แปร อนัตตากายังเราทั้งหลาย อนัตตาเกิดมาผายเอากายแต่อนัตตาสูญสลายโศกทั่วโลกแล อนัตตามีก็แต่อนัตตาย อนัตตาจากโลกมนุษย์เล่า อนัตตาแต่เทพเจ้ายังฉิบหาย อนัตตาพ้นแผ่นที่ภพพราย อนัตตาย่อมฉิบหายสูญสาธารณ์ อนัตตาสูญเพราะน้ำลมแลไฟ อนัตตากัลป์ประลัยไฟประหาร คุณแม่เอ๋ยจงเอ็นดูเถิดยุพมาลย์ คุณแม่เอ๋ยจงสงสารเถิดมารดา คุณแม่เอ๋ยอวยอ่อนให้พรชัย คุณแม่เอียจงให้ไปสมปรารถนา คุณแม่เอียแม้นไม่ยอมให้ขมา คุณแม่เอ้ยเห็นชีวาจะวอดวาย คุณแม่เอียนม้นลูกพบส่ำท้าวแล้ว คุณแม่เอียลูกจะแคล้วกลับสาย คุณแม่เอ้ยถึงนี้หวังตั้งจิตหมาย คุณแม่เอ๋ยลูกหมายจะแทนคุณ ฯ

๔๒. กลบทดังนี้ ชื่อกะแตไต่ไม้

เศร้าหมองทวงยุพยงทรงหมองเศร้า ทุนหวนเจ้าสุดเค้นแสนหวนทูน ครุ่นควันหวังทั้งบุตรเสนสุดรุ่น ในในค้นแสนรุ่นแค้นในใจ สุดจิตห้ามสามจนจิต ไฉนบุตรสุดคิดน้ำจิตเฉน ในเกรงคิดจิตฉะเวงคิดเกรงใจ พรอวยชัยให้บุตรสุดอวยพร ว่าพ่อวงพบรบเหมือนพ่อว่า สอนสั่งจำหนาคำสั่งสอน จำพบพระบิดาถ้าพบจะ ไปรีบร้อนเร็วมาอย่าช้าไป ผ้ากำพลผืนนี้พลกำผ้า ใสศรีจ้าสุกแสงแสงศรีใส ใจแม่รักธำมรงค์นี้สุดใจ พ่อพาไปให้พบไปพาพ่อ ให้เห็นแหวนแสนรักจักให้เห็น หน่อท้าวได้สำคัญมันว่าหน่อ กอบุตะราชชาติสุทธิ์ราชบุตรกอ ท้าวคุณพ่อแจ้งในใจคุณท้าว ราชบุตรน้อมกรลามาตุราช ผ่าวผ่าวหวาดจิตรนาฏหวาดย่าว ร้าวร้อนรวนหวลจิตคิดร้อนร้าว จากบุตะท้าวนาฏน้องร้องร้าจาก บุตะวักราแม่ร้องร่ารักบุตร หากจิตสุดจิตหวลจวนจิตหาก พรากจากแม่เนตรย้อยน้อยใจพราก ครวญหวลจากต่างพรากจากหวลครวญ หน่อพุทธังบังเกิดเป็นพุทธหน่อ นวกเนตรหล่อหลังคลั่งคลุ้มเนตรนวล เดินมาเตียวเปล่าเปลี่ยวเดียวมาดิะ จิตในเย็นเงียบเหงาเจ่าใจจิต ลัดลอดดงพงเถื่อนเลื่อนลอดลัด หวิดใจหวัดถึงมาตุหวัดใจหวิด จิตในนึกหน่วงรักหนักในจิต ครวญคร่ำคิดถึงแม่แลคร่ำครวญ ฯ

ศรีวิบุลย์กิติคร่ำครวญถึงพระมารดา

๗๖. กลบทดังนี้ชื่ออุกะโตโกฏิวิลาสบังคับให้ใช้พินทุ์เอก วรรคหนึ่งมิให้ใช้พินทุ์เอกพินธ์โทปนกัน ดุจดังกลบททั้งปวง

จักกล่าวถึงยอดยิ่งมีกุมาร ให้ยกรีบพลทหารสะท้านไหว มาถึงที่เขาวิบูลย์บรรพาไพร เห็นไรไรราวแคว้นกุฎีดง เสร็จด่วนจากที่มงคลคช น้อมประนมบนิ่วขึ้นจำนง ค่อยคลาไคลลาลีกับบาทบง สุคชประจงน้อมนบเคารพคุณ เห็นอาศรมที่สถิตผิดประหลาด ให้กัมปนาทร้อนจิตรแล้วคิดฉุน เออพระจอมกระหม่อมแม่มิ่งใจบุญ จะวิบูลย์จุลาจลหรือรนร้อน หรือเหตุผลเป็นไฉนน่าใจหาย หรือส้นสายสังขารชีวาสมร หนึ่งอาศรมทั่วจบจักรวาลจร รุกขาขอนงอกขึ้นดูรกเรียง พระเสด็จด่วนด่วนเร่งรับรัด ประนมหัตถ์ขึ้นอาศรมสภักเฉียง พระภูษาทรงเหนืออังษาเอียง พระองค์เมียงน้อมนอบยอบภิวันท์ เห็นจอมมิ่งมงคลวิมลมาศ นอนอนาถสั้นสูญชีวาสัญ ออกพระโอษฐ์ว่าโอ้คำเดียวนั้น พระองค์อั้นกายพยพสลบลง ครั้นค่อยคืนตื่นต่อสติมี ก็กูลทวี โศกส้นถุไทยหลง เอียงพระเกษกอดบาทรำพึงว่าองค์ พระปลงชีพแต้วเดียวในดอน ลูกไม่ทราบเหตุผลรอบเรือง รู้ข้อแค้นขัดเคืองอนุสร ว่าจักสุดพระชนม์ชีวนร โอ้โอ้พระมามรณีนิจจาเอ้ย ลูกมากอดบาทแม่ไม่แปรภักตร์ ลุกขึ้นทักลูกน้อยไฉนนอนเฉย ช่างนิ่งแน่ไม่ทักสักคำเลย พระคุณเคยปกเกล้าหายเร่าร้อน พระร่ำพลางกางกรกอดบาทแม่ ให้ท้อนทฤดีอั้นดุจลูกศร ปักตลอดหทัยตั้งไฟฟ่อน พระสะท้อนทอดองค์ลงโศกา กรุงกระบัตรย์รีบเร่งรณรงค์รู้ทราบทรงนาฏนุชสุดสังขา เธอรีบเร่งเร็วบาทยาตรามา ยกหัตถ์กอดประคองพระน้องนาง ทรงพระโศกาค่อนทรวงทรง กรรแสงสงสารเศร้าเคล้าเนตรหมาง ออกพระโอษฐ์ว่าโอ้อกอ้างว้าง จักเปรียบนางในมนุษย์นี้สุดปาง ฯ

กลบทดังนี้มีตะคณะสองชะคณะหนึ่ง ครุสองอยู่อันดับกัน วรรคประถมให้ใช้ตะคณะ วรรคที่สองให้ใช้ตะคณะ วรรคที่สามใช้ชะคณะ วรรคที่สี่ครุสองดังนี้

๘๑. ชื่ออินทาธิกร

ครั้นรุ่งสุริยเรืองบรรเทืองแสง ส่องสีวีแจ้งจำรัสไข นรานเรศเรื่องฤทธิ์ไกร ยกโยธาคลาไคลข้ามคงคา บ่างปีนบดินทร์สุราชกุมาร พาสกลทหารเข้าใจสอน อุราระทมกรมทรวงยิ่งร่วงร้อน ให้อาวรณ์ถึงนาฏพระชนนี โอ้ว่าสุริยาเวลาเช้า พระเคยถนอมกล่อมเกล้าโมลิศรี พิโยสิเนหาทุกวันทวี ตั้งแต่นั้นนับกาลจะนานไกล เคยเก็บบุหงาพฤกษาชาต อันเกลื่อนดาษแสนสุดพระทัยใส ทวีเทวศด้วยบุตรสุดใจ ดั่งหทัยชนนีจะภินท์พัง ไม่เป็นเสวยเป็นสรงทรงอุส่าห์ ทุกวันทิวากรอมกรมอารมณ์หวัง ประคองประคับรักบุตรสุดกำลัง จักนอนนั่งอุส่าห์พยายาม ฯ

๘๒. กลบทมีสะคณะทั้งสี่อยู่อันดับกันดังนี้ กำหนดครุหนึ่ง ลหุสองทุกวรรค ชื่อบวรโตฏก

ชลเนตรไหลนองร้องร่ำรัก ชลไนยไหลหนักอาวรณ์หวาม ชนนี้ห้ามบุตรสุดไม่ตาม ชลนานองน้ำพระเนตรนอง ปิยบุตรสุดจากพระแม่เจ้า ปิยหทัยร้าวอารมณ์หมอง ปิโยคเทวศเดือดเป็นเลือดหนอง ปริวิปโยคต้องพรากจากจร วรคุณสุดที่จะรำพรรณ วรเดชมหันต์มหิศร บวโรวิบูลย์จันทร สุภัทรเพียงเพ็ญจันทร์สุวิสุทธิบวรรังษี โรรศมีงามเฉิดฉัน สุภโณโสภณาระวิวรรณ์ สุภณีผิวพรรณดังพิมพ์ทอง ปิยบุตรสุดที่จะแลเหลียว ระโหยไห้เปลี่ยวอารมณ์หมอง สำเนียงพังเสียงสกุณร้อง สุวก้องแขกเต้าเคล้าบุตรนอน ฯ

๘๓. ครุ ๐๐๒ กลบทผิแลตะคณะหนึ่งชะคณะสอง ครุ ๒ อยู่อันดับกันดังนี้ ชื่อว่าวสันตติลกวาที

วรรคประถมให้ใช้ตะคณะ วรรคที่สองภะคณะ วรรคที่สามที่สี่ชะคณะ วรรคที่ห้าครุ ๒

เหมือนแม่สิเนหาในข้าบาท ดังสุวราชแขกเต้าสโมสร ปิโยปิยาในบุตรสุดอาวรณ์ จะราจะร่อนไม่ไปให้ไกลรั้ง ฉันใดใจหวังดังมารดา ปกป้องครองข้าชีวาหวัง จากวากีวะพระหทยัง จะเปรียบประดังจากพรากเมื่อจากจร ทุเรศทรังคู่แสวงบุตร ครั้นไม่เห็นแล้วกี่สุดชีวาสร โอ้อกอนิจจาพระมารดา มามรณาอาวรเน็อนาถวงศ์ จะเจ็บจะไข้ไม่มีผู้ใดใคร จะนวดจะเน้นดังใจจิตประสงค์ ทั้งเจ็บโรคเจ็บร่างอยู่กลางดง แม่มาอนาถวงศ์ชีวามรณ์ โอ้จรจะร้างก็ไม่ว่า ขอดูขอได้เห็นหน้าเมื่อสังหร จะสั่งจะเสียลูกแล้วจะม้วยมรณ์ ตามแต่กรรมมีชาติก่อนเกิดมารดา ฯ

๘๔. กลบทผิแลนะคณะสอง มะคณะหนึ่ง ยะคณะสอง อยู่อันดับกันดังนี้ ช่อมาล่นโสภิต

ปะทะปะทังหวังบุตรจะมาถึง จะริจะริ่งลูกรักได้รักษา ถึงตายเป็นเห็นภักตร์พระมารดา จะปลื้มใจชนมาเมื่อวายปราณ จะได้ ใครให้พระอรหัง จะพวงพวังพระองค์น่าสงสาร จะริจะริงบุตรสุดรำคาญ เมื่อสังขารจักคิดถึงบิดุรงค์ จะได้ทรงภาวนาญหาไม่ จะปลงจิตแม่จะได้ดังประสงค์ นิจนิจจามามรณ์ชะอ่อนองค์ พิพิลวงปลงร่างไว้กลางคร ลูกเห็นแต่ โกศทองเรืองรองสี ไม่เห็นแม่พาทีนุสร ไฉนแม่ให้บุตรสุดอาวรณ์ จะริจะร้อนเท่าใดไม่ไหวองค์ สกุณสักกุณังได้พังเสียง ต่างร้องต่างเรียงพฤกษสงัด ระหวยถอยพลอยพั่งให้งงงง เฉงาเนื่องเชื่องทรงจะงงงวย ฯ