บทละครนอกเรื่องสังข์ทอง

พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

ความรักของนางจันเทวีต่อพระสังข์ และความกตัญญูของพระสังข์ต่อมารดา

เมื่อนั้นพระสังข์ซ่อนอยู่ก็รู้สิ้น
พระแม่ไปป่าเข็นอาจิณในจิตคิดถวิลทุกเวลา
จะใคร่ออกช่วยพระแม่เจ้าสงสารผ่านเกล้าเข็นหนักหนา
เหนื่อยยากลำบากกายากลับมาจนค่ำแล้วร่ำไร
ไม่ว่าลูกน้อยเป็นหอยปูอุ้มชูชมชิดพิสมัย
พระคุณล้ำลบภพไตรจะออกให้เห็นตัวก็กลัวการ
ไก่บ่าพาฝูงมากินข้าวของพระแม่เจ้าอยู่ฉาวฉาน
คุ้ยเขี่ยเรี่ยรายทั้งดินดานพระมารดามาเห็นจะร่ำไร
เยี่ยมลอดสอดดูทั้งซ้ายขวาจะเห็นใครไปมาก็หาไม่
ออกจากสังข์พลันทันใดฉวยจับไม้ได้ไล่ตี

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลงฉิ่ง

กอบเก็บข้าวหกที่ตาดินผันผินลอยลับขยับหนี
เหลียวดูผู้คนชนนี้จะหนีเข้าสังข์กำบังตน
หุงข้าวหาปลาไว้ท่าแม่ดูแลจัดแจงทุกแห่งหน
ช่วยขับไก่ป่าประสาจนสาละวนเล่นพลางไม่ห่างดู

ฯ ๔ คำ ฯ เพลงฉิ่ง เจรจา

เมื่อนั้นพระมารดานึกในพระทัยอยู่
คิดถึงลูกน้อยหอยปูเดินไปสักครู่แล้วจู่มา
เก็บได้ฟืนผักเผือกมันสารพันกินได้ที่ในป่า
ใส่หาบหาบเดินดำเนินมาไม่ช้าครู่หนึ่งก็ถึงเรือน

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

จึงเห็นลูกแก้วแววไวลูกใครคนนี้ไม่มีเหมือน
มานั่งเล่นอยู่ประตูเรือนพักตร์ดังดวงเดือนเลื่อนลอย
พระสังข์แลเห็นชนนีแล่นหนีตกใจเข้าในหอย
ประหวั่นพรั่นใจมิใช่น้อยเศร้าสร้อยคอยพึ่งพระมารดา
มารดรวางหาบตามติดเห็นผิดเปิดห้องมองหา
รีบร้นค้นดูกุมารากัลยาไม่เห็นประหลาดใจ
หรือว่าผีเรือนเป็นเพื่อนร้อนแกล้งหลอกหลอนเล่นเป็นไฉน
จึงสาปสูญกายหายไปคิดวนเวียนในพระทัยนาง
ข้าวปลาสุกสรรพเก็บขีดเห็นผิดเร่งคิดอางขนาง
โฉมตรูมาดูข้าวพลางแล้วนางมาถามตายาย
ไม่กินข้าวปลาอาหารเยาวมาลย์รำพึงคะนึงหมาย
คอยดูให้รู้แยบคายอุ้มเอาลูกชายไม่สงกา
พินิจพิศดูแล้วทูนเกศน้ำเนตรหลั่งไหลทั้งซ้ายขวา
จวบรุ่งพุ่งแสงพระสุริยาทำเป็นไปหาสาแหรกคาน
ลงจากกระท่อมแล้วด้อมมองค่อยย่องแอบไม้ไม่ไกลบ้าน
แอบช่องมองดูอยู่ช้านานนงคราญกลั้นไว้ไม่พูดจา

ฯ ๑๖ คำ ฯ

เมื่อนั้นพระกุมารเยี่ยมหอยแลหา
ไม่แจ้งว่าองค์พระมารดาแฝงฝ่าคอยอยู่ไม่รู้กาย
สงัดเงียบผู้คนไม่พูดจาเล็ดลอดออกมาแล้วผันผาย
นั่งที่นอกชานสำราญกายเก็บกรวดทรายเล่นไม่รู้ตัว
มารดาซ่อนเร้นเห็นพร้อมมูลอุแม่เอ๋ยพ่อคุณทูนหัว
ซ่อนอยู่ในสังข์กำบังตัวพ่อทูนหัวของแม่ประหลาดคน
ย่างเข้าในห้องทับจับได้ไม้ก็ต่อยสังข์ให้แหลกแตกบั่น
พระสังข์ตกใจดังไฟลนจะหนีเข้าหอยตนก็จนใจ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิดฉิ่ง โอ้

สวมกอดบาทพระมารดาซบเกศาพลางทางร้องไห้
แม่ต่อยสังข์แตกแหลกไปร่ำไรเสียดายไม่วายคิด
เหมือนแม่ฆ่าลูกให้ม้วยมรณ์มารดรไม่รักแต่สักนิด
พระแม่ต่อยสังข์ดังชีวิตจะชมชิดลูกนี้สักกี่วัน

ฯ ๔ คำ ฯ

ฟังเอยพังลูกว่าพระมารดาเสียวใจไหวหวั่น
กอดจูบลูบเนตรเกศกรรณร่วมวันขวัญตาพ่อว่าไย
สิ้นเคราะห์สิ้นกรรมทำมาลูกยาอย่าว่าแม่เสียวไส้
ตกทุกข์ได้ยากลำบากใจเพราะอ้ายหอยสังข์มันจังไร
มันมาหุ้มห่อเอาพ่อไว้ทำไม่ให้โหรามันว่าขาน
บิตุรงค์หลงกลอีคนพาลไม่ช้าไม่นานจะคืนวัง
ยากเย็นเห็นหน้ากันแม่ลูกอย่าพันผูกโศกสร้อยถึงหอยสังข์
รักใคร่มันไยไม่จีรังหอยสังข์เช่นนี้มีถมไป
ว่าพลางนางเรียกยายตาเล่ากิจจาแจ้งแถลงไข
ตั้งแต่เบื้องต้นจนปลายไปทั้งสองสงสัยไม่เชื่อนาง

ฯ ๑๐ คำ ฯ

เมื่อนั้นมเหสีมีกรรมระกำระสาย
หาสู่ลูกเต้าทุกเพรางายเมื่อวันอันตรายมาถึงตัว
จูบสั่งลูกแก้วแววไวอยู่ดูกาไก่พ่อทูนหัว
เสือแผ้วแมวคราวจะเอาตัวนอกรัวกลัวมันอย่าออกไป
ปั้นวัวควายเล่นแต่ในร่มถูกต้องแดดลมจะล้มไข้
ลูกเอ๋ยมีกรรมก็จำไปเงินเฟื้องเบี้ยไพก็ไม่มี
ว่าพลางทางจับสาแหรกคานจากบ้านเข้าสู่ไพรศรี
พุพองสองเท้าไม่มีดีมเหสีเกลือกกายซังตายไป

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

ฝ่ายพระกุมารชัยรับของมาไว้ไม่เสวย
น้ำตาหลั่งไหลไม่เสบยน้ำเอยข้าคิดถึงมารดา
ขนมท่านให้ยังไม่กินกลับไปบ้านถิ่นของข้าก่อน
จะได้แบ่งปันให้มารดาอ้อนวอนเสนาให้พาไป

ฯ ๔ คำ ฯ

ถึงเรือนเรียกลูกยังมิหันปลงหาบลงจากบ่า
เจ้าไปไหนไม่บอกพระมารดาส้มสูกลูกหว้าพ่อมาเอา
ทิ้งหาบวาบใจเข้าในทับงามสรรพเปิดห้องมองเปล่า
ดังใครมาแขวะแคะเอาล้วงดวงใจเจ้าไปจากองค์
ทูนหัวของแม่หายไปไหนหลากใจให้คุดพิศวง
บั้นวัวควายเล่นอยู่เป็นวงหรือพ่อลงเรือนไปแห่งไรนา
ขวายขวนชลนัยน์เจ้าฟูมฟายแลเหลียวเที่ยวมองร้องหา
เต้าเคร่งเต่งทรวงของมารดากินนมแม่ราพ่อยาใจ
ใต้ต้นสะตือลมเอื่อยเย็นลูกเอ๋ยเคยเล่นหาเห็นไม่
ผีเสื้อเสือสางที่กลางไพรเอาลูกข้าไปหรือไรนา
วู่วามมาถามตายายหลานชายไปไหนไม่เห็นหน้า
หาจบไม่พบพระลูกยาอยู่ที่ยายตาหรือว่าไร

ฯ ๑๒ คำ ฯ

บัดนั้นสองเฒ่าเล่าพลางทางร้องไห้
แม่อย่าค้นคว้าหาไปสุดใจยายตาจะป้องกัน
เสนาท่านมาแต่ในกรุงแย่งยุ่งอลหม่านพระหลานขวัญ
ใส่บ่าพาไปแต่กลางวันไม่รู้ว่าโทษทัณฑ์ประการใด
เห็นที่จะมีรับสั่งเมียผัวกลัวดังจะตักษัย
มุดนอนซ่อนดูอยู่แต่ไกลดังจะขาดใจม้วยด้วยหลานยา

ฯ ๖ คำ ฯ

ได้ยินล้มผางกลางดินไม่เงยหน้า
สองกรข้อนทรวงเข้าโศกากัลยากลิ้งเกลือกเสือกองค์
แน่ใจไม่ได้สมประดีเกศีติดต้องละอองผง
ตายายนวดพื้นคืนคงโฉมยงจับมีดจะกรีดคอ
ตาฉวยยายชิงทิ้งขว้างนางง้างเถาวัลย์จะพันศอ
สองเฒ่าเข้าปล้ำน้ำตาคลอแก้จากคอนางพลางร่ำไร

ฯ ๖ คำ ฯ

นางทุ่มทอดภายสยายเกศชลเนตรแถวถั่งหลั่งไหล
พ่อคุณทูนหัวแม่หนักใจอัศจรรย์หวั่นไหวแต่ในดง
แม่รีบมาไม่เห็นหน้าเจ้าดังใครตัดเกล้าให้ผุยผง
ลูกแก้วไม่แคล้วจะปลดปลงมั่นคงทั้งนี้อีจันทา
แม่ไม่ขออยู่จะสู้ม้วยจะตายตามไปด้วยพระลูกข้า
ครวญคร่ำทางร่ำพรรณนาโศกาแน่นิ่งไม่ติงกาย

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

เมื่อนั้นนางจันท์กัลยาโฉมฉาย
คิดพลางทางผลุนวุ่นวายตายายห้ามไว้ก็ไม่ฟัง
ค่ำมืดดึกดื่นก็ตามทีตายเป็นเห็นผีพ่อหอยสังข์
วิ่งหนีตายายเข้าในวังคลุ้มคลั่งพระทัยร้องไห้มา

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

สิบห้าวันกันคารฝูงคนเทพย่นหนทางที่กลางบ่า
คืนหนึ่งมาถึงพระพาราแฝงพึ่งกิจจาพระลูกชาย

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

......
ลุงโปรดปล่อยข้าไปหาแม่ป่านนี้ตั้งแต่จะร้องไห้
ใครจะช่วยหาหม้อก่อไฟเฝ้าทับขับไล่ไก่กา

ฯ ๑๒ คำ ฯ

เมื่อนั้นนางจันท์ชนนีศรีใส
ได้ข่าวลูกแก้วแววไวดังจะขาดใจตายด้วยลูกยา
สองกรข้อนทรวงเข้าผางผางดังนางจะม้วยสังขาร์
ผุดลุกหันหุนหมุนมาตรงไปยังท่าชลาลัย
บาทาแตกคุพุพองหนามต้องตามติดหาปลิดไม่
ล้มลุกคลุกคลานทะยานไปกลัวจะไม่เห็นองค์พระลูกยา

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

มาถึงเห็นองค์พระลูกแก้วทอดองค์ลงแล้วก็โหยหา
เสือกสนบนฝั่งชลธาราไม่รู้ว่าจะทำประการใด

ฯ ๒ คำ ฯ

ฝ่ายองค์พระสังข์กุมารน้อยตั้งแต่ละห้อยโหยไห้
แลเห็นมารดามาแต่ไกลดีใจร้องเรียกพระมารดา
แม่คุณจงช่วยลูกด้วยทีเขาผูกมัดรักตีแล้วทุบด่า
แล้วมิหนำซ้ำมัดรัดกรมามารดานิ่งได้ไม่ปรานี
เขาจะโยนลูกลงในคงคาไม่ข้าจะม้วยไปเป็นผี
แม่วานเขาส่งลงมาทีชนนีนิ่งได้ไม่เอ็นดู
ลูกอยากขนมนมแม่น้าแก้ปล่อยให้ไปสักครู่
เสนาน้ำตาลงไหลพรูที่พาลข่มขู่ด้วยกลัวภัย

ฯ ๘ คำ ฯ

ฟังลูกว่ามารดาข้อนทรวงเข้าร้องไห้
มิได้คิดชีวิตจะขาดใจจะโจนน้ำลงไปมิได้นาน
คนดูที่รู้จักองค์ยุดห้ามโฉมยงด้วยสงสาร
นางเสือกเกลือกกลิ้งกับดินดานเยาวมาลย์ข้อนทรวงเข้าโศกี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

แล้วแลเห็นองค์ผัวขวัญยอกรอภิวันท์เหนือเกศี
ลูกข้ากระจิดริดผิดไม่มีขอประทานชีวีพระลูกชาย

ฯ ๒ คำ ฯ

เมื่อนั้นโฉมศรีมีจิตคิดโหยหา
ชะแง้แลดูพระลูกยานางข้อนอุราเข้าร่ำไร

ฯ ๒ คำ ฯ โอ้ร่าย

พ่อคุณทูลกระหม่อมของแม่เอ๋ยทรามเชยทิ้งแม่ให้โหยไห้
เข้าเย็นแม่จะเห็นหน้าใครดังกาเหยี่ยวเฉี่ยวไปก็เหมือนกัน
ลูกเอ๋ยเคยรับพระมารดาเมื่อมาแต่ป่าพนาสัณฑ์
พูดพลอดกอดแม่ไม่วายวันกินนมชมกันทุกเวลา
ตัวกรรมมันตามมาล้างผลาญพลัดบ้านเมืองแล้วยังมิสา
ยังมิหนำซ้ำพรากจากลูกยาอนิจจามีกรรมต้องจำไกล
รำพันพลางนางลาคนทั้งปวงเจ้าเหงาง่วงเดินมาน้ำตาไหล
เปล่าจิตผิดทางซังตายไปดั้นด้นพงไพรร้องไห้มา

ฯ ๘ คำ ฯ เพลง

เมื่อนั้นพระสังข์โอดโอยโหยหา
จมลงตรงปล่องนาคาฟูมฟายน้ำตาจาบัลย์
แม่เจ้าประคุณทูลกระหม่อมแก้วจะกลิ้งเกลือกอยู่แล้วเป็นแม่นมั่น
เพราะแม่ต่อยหอยสังข์ไม่ยั้งทันจึงพลัดพรากจากกันกับลูกยา
ที่นี้จะได้ผู้ใดเล่าอยู่ด้วยช่วยผ่านเกล้าเฝ้าเคหา
อยู่ทับขับไล่ไก่กาแม่มาเย็นเย็นจะเห็นใคร
ว่าพลางทางซบเกศเกล้าคิดถึงแม่เจ้าแล้วร้องไห้
สลบซบซอนอ่อนใจอยู่ในใต้น้ำไม่ทำลาย

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

ความรักของนางพันธุรัตต่อพระสังข์

โอ้อนิจจามารดาเลี้ยงเคยถนอมกล่อมเกลี้ยงรักใคร่
แสนสนิทพิศวาสดังดวงใจมิให้ลูกยาอนาทร
พระคุณล้าลบจบดินแดนยังมิได้ทดแทนพระคุณก่อน
วันนี้จะพลัดพรากจากจรมารดรค่อยอยู่จงดี
แม้นลูกไปไม่ม้วยมรณาจะกลับมากราบบาทบทศรี
ร่ำพลางทางทรงโศกีอยู่ที่ปราสาทเพียงขาดใจ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

นั่งอยู่ไยนั้นพ่อขวัญข้าวขัดเคืองอะไรเล่าเจ้าจึงหนี
มาเถิดทูนหัวอย่ากลัวตีดูเอาเถิดซียังมีมา
นางร้องไห้ร่ำแล้วช้ำเรียกปีนตะกายตะเกียกขึ้นไปหา
ด้วยเดชะอำนาจสัตยาเผอิญให้เหนื่อยล้าสิ้นกำลัง
พลัดตกหกล้มนอนตะแคงขาแข้งสีข้างขัดขึ้นตัดหลัง
โศกีตรอกเพียงจะพังทรุดนังกระแทกกันจนใจ
ลูกน้อยกลอยสวาทของมารดาแม่บำรุงเลี้ยงมาจนใหญ่
มิให้ระคายเคืองสิ่งใดเจ้าหนีแม่มาได้ช่างไม่คิด
แม่อุตส่าห์มาตามด้วยความรักเจ้าไม่พูดไม่ทักแต่สักนิด
อกแม่จะแตกตายวายชีวิตสุดคิดอยู่แล้วนะลูกยา

ฯ ๑๐ คำ ฯ

เมื่อนั้นให้คิดสงสารมารดา
พระสังข์ฟังคำที่ร่ำว่านบนิ้ววันทาแล้วตอบไป

ฯ ๒ คำ ฯ

แม่เอยแม่เจ้าเลี้ยงข้ามาแต่เยาว์จนใหญ่
พระคุณล้าลบภพไตรจะเปรียบด้วยสิ่งใดนั้นไม่มี
ใช่ลูกจะเคืองแค้นแสนเข็ญด้วยความจำเป็นดอกจึงหนี
เหตุด้วยมารดาของข้านี้ทุกข์ร้อนไร้ที่พึ่งพา
จะยากเย็นเป็นตายก็ไม่แจ้งจะไปสืบเสาะแสวงทุกแห่งหา
ครั้นจะบอกออกอรรถตามสัจจาก็คิดกลัวเกลือกว่ามิให้ไป
ลูกจึงลักรูปเงาะเหาะหนีโทษผิดทั้งนี้เป็นข้อใหญ่
อย่าพิโรธโกรธขึงขัดใจถึงไปไม่ช้าจะมาพลัน

ฯ ๘ ฯ คำ

เมื่อนั้นพันธุรัตฟังว่าเพียงอาสัญ
ฟุ่มฟ่ายน้ำตาจาบัลย์เจ้าไปแล้วไหนนั่นจะกลับมา
คิดอ่านอุบายจะหน่ายหนเอาเหตุชนนีนั้นมาว่า
ถึงไปก็ไม่ขัดอัธยาเชิญลงมาหาแม่แต่สักน้อย
พอแม่ได้ชมโฉมเจ้าให้สบายบรรเทาที่เศร้าสร้อย
แต่ร่ำร้องไห้หาเลือดตาย้อยอุตส่าห์สู้ติดต้อยห้อยตาม
อย่านึกแหนงแคลงเลยว่าเป็นยักษ์มาเถิดลูกรักอย่างเกรงขาม
ถึงจะอยู่จะไปก็ให้งามเจ้าผู้ทรามรักร่วมชีวา
อันรูปเงาะไม้เท้าเกือกแก้วแม่ประสิทธิ์ให้แล้วดังปรารถนา
ยังมนตร์บทหนึ่งของมารดาชื่อว่ามหาจินดามนตร์
ถึงจะเรียกเต่าปลามัจฉาชาติฝูงสัตว์จัตุบาทในไพรสณฑ์
ครุฑาเทวัญชั้นบนอ่านมนตร์ขึ้นแล้วก็มาพลัน
เจ้าเรียนไว้สำหรับเมื่ออับจนจะได้แก้กันตนที่คับขัน
แม่ก็คงจะตายวายชีวันจงลงมาให้ทันท่วงที

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

เมื่อนั้นพระสังข์ฟังคำยักษี
ยิ่งพะวงสงสารแสนทวีแต่รีรอท้อฤทัยรันทด
จะลงไปก็ให้เกรงกริ่งเกลือกว่าไม่จริงจะแกล้งปด
คิดพลางทางกล่าวมธุรสอย่ากำสรดโศกาอาวรณ์
ลูกนี้เหนื่อยยากลำบากกายจะนั่งเล่นให้สบายบนนี้ก่อน
ตะวันเที่ยงอยู่ยังกำลังร้อนพอให้แดดอ่อนอ่อนจะลงไป
ซึ่งมนตร์ของชนนีว่าดีนักลูกรักก็อยากจะใคร่ได้
เมตตาลูกแล้วจงเขียนไว้ที่ในแผ่นพ้นพสุธา

ฯ ๘ คำ ฯ

เมื่อนั้นพันธุรัตขัดสนเป็นนักหนา
แหงนดูลูกพลางทางโศกาดังหนึ่งว่าชีวันจะบรรลัย
โอลูกน้อยหอยส่งข์ของแม่เอ๋ยกรรมสิ่งใดเลยมาซัดให้
จะรำร้องเรียกเจ้าสักเท่าไรก็ช่างเฉยเสียได้ไม่ดูดี
สิ้นวาสนาแม่นี้แน่แล้วเผอิญให้ลูกแก้วเอาตัวหนี
จะขอลาอาสัญเสียวันนี้เจ้าช่วยเผาผีมารดา
อันพระเวทวิเศษของแม่ไซร้ก็จะเขียนลงให้ที่แผ่นผา
จงเรียนร่ำจำไว้เถิดขวัญตารู้แล้วอย่าว่าให้ใครฟัง
เขียนพลางทางเรียกลูกน้อยมาหาแม่สักหน่อยพ่อหอยสังข์
แต่พอให้ได้ชมเสียสักครั้งขอสั่งสักคำจะอำลา
แม่อ่อนวอนว่านักหนาแล้วน้อยหรือลูกแก้วไม่มาหา
ทุ่มทอดตัวลงทรงโศกาสองตาแดงเดือดดังเลือดนก
ทั้งรักทั้งแค้นแน่นจิตยิ่งคิดเคืองขุ่นมุ่นหมก
กลั้นกลับสับส่ายเพ้อพกนางร่ำร้องจนอกแตกตาย

ฯ ๑๔ คำ ฯ โอด

เมื่อนั้นพระสังข์ทรงสวัสดิ์รัศมี
เห็นมารดาล้มดินสิ้นชีวีตกใจแล่นตะลีตะลานมา
เข้าไปนั่งใกล้ดังใจจงกราบลงแทบเท้าทั้งซ้ายขวา
ชลเนตรคลอคลองนัยนาโศการ่ำรักชนนี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

โอ้ว่ามารดาของลูกเอ๋ยพระคุณเคยปกเกล้าเกศี
รักลูกผูกพันแสนทวีเลี้ยงมาไม่มีให้เคืองใจ
จะหาไหนได้เหมือนพระแม่เจ้าดังมารดาเกิดเกล้าก็ว่าได้
สู้ติดตามมาด้วยอาลัยจนจำตายอยู่ในพนาวัน
โทษลูกนี้ผิดเป็นนักหนาดังแกล้งผลาญมารดาให้อาสัญ
ทั้งนี้เพราะกรรมมาตามทันจึงสุดสิ้นชีวันบรรลัย
พระคุณล้ำลบจบดินแดนยังไม่ทันทดแทนสนองได้
ร่ำพลางโศกีพิรี้พิไรซบพักตร์สะอื้นไห้ไปมา

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

นางจันท์เทวีและพระสังข์ดีใจที่ได้มาพบกัน

เมื่อนั้นองค์พระสังข์ทองผ่อนใส
เห็นมารดามากับสาวใช้จำได้ว่าพระชนนี
ลดองค์ลงจากบัลลังก์อาสน์วิ่งเข้ากอดบาทนางโฉมศรี
มิทันจะพูดจาพาทีโศกีเสือกซบสลบไป

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

เมื่อนั้นนางจันท์เทวีศรีใส
เห็นพระโอรสยศไกรมาร้องไห้แน่นิ่งไม่ติงกาย
นางสวมสอดกอดองค์พระลูกรักนงลักษณ์อกสั่นขวัญหาย
ชลนัยน์ไหลหลั่งพรั่งพรายโฉมฉายนิ่งไปไม่สมประดี

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

นางมณฑาสั่งสอนนางรจนา

ว่าลูกรักของแม่เอ๋ยทรามเชยเจ้าจะไปด้วยผัวขวัญ
เมื่อไรจะได้มาเห็นหน้ากันนับวันจะลับไปนับปี
เจ้าสายใจไกลตาของแม่แล้วจงฝากตัวผัวแก้วนะโฉมศรี
ทั้งพระชนกชนนีอย่าให้มีเคืองขัดอัชฌา
แม้นผัวพิโรธอย่าโกรธตอบจงเคารพนบนนอบดีกว่า
ปกป้องครองตัวของลูกยาไกลตาแม่แล้วแก้วกลอยใจ
ว่าพลางโลมลูบจูบพักตร์สวมกอดลูกรักแล้วร้องไห้
ต่างองค์โศกาอาลัยครวญคร่ำร่ำไรไปมา

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

นางรจนารำพันถึงคุณของนางมณฑา

โอ้เจ้าประคุณทูลกระหม่อมเคยถนอมเลี้ยงลูกมาจนใหญ่
ครั้งนี้จะพรากจากไปยังมิได้แทนคุณชนนี้
เมื่อครั้งลูกออกไปอยู่ปลายนาพระมารดาก็ต้องหมองศรี
ได้กลับมาอยู่วังครั้งหน้าไม่ถึงปีจะต้องไปไกลพารา
ลูกมีกรรมทำทุกข์ให้พระแม่ถึงสองครั้งตั้งแต่โหยหา
จงยกโทษโปรดเกล้าลูกยาอย่าให้เป็นเวราข้างหน้าไป
ร่ำพลางนางกราบลงกับบาทมิอาจที่จะกลั้นน้ำตาได้
ชลเนตรฟูมฟองนองนัยน์สะอึกสะอื้นไห้ไปมา

ฯ ๘ ฯ โอด