ธรรมสังคณี
ถามว่า เมื่อกายที่มีจิตเป็นสมุฏฐานกำลังไหว กายที่มีสมุฏฐาน ๓...
หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 209 อ้างอิง: Dhs 209 ประเภท: analysis
เนื้อหา
ถามว่า เมื่อกายที่มีจิตเป็นสมุฏฐานกำลังไหว กายที่มีสมุฏฐาน ๓ ย่อมไหวไปด้วย หรือไม่ไหวไป. ตอบว่า กายมีสมุฏฐาน ๓ แม้นั้นก็ไหวไปเหมือนกัน. กายที่มีสมุฏฐาน ๓ นั้น มีคติเหมือนกายที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน คล้อย ตามกายที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยแท้. เหมือนอย่างว่า เมื่อน้ำกำลังไหลไปอยู่ แม้เศษไม้แห้ง หญ้าแห้ง ใบไม้แห้งเป็นต้นที่ตกไปสู่น้ำ ก็ย่อมไหลไปตามน้ำ (มีคติอย่างน้ำ) ทีเดียว คือ เมื่อน้ำไหลไป เศษไม้แห้งเป็นต้น ก็ย่อมลอยไป เมื่อน้ำหยุด เศษไม้แห้งเป็นต้นนั้นก็หยุด ฉันใด คำอุปมาเป็นเครื่องยังอุปไมย ให้ถึงพร้อมนี้บัณฑิตพึงทราบ ฉันนั้น วิญญัติในรูปทั้งหลายที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน แม้นี้ บัณฑิตพึงทราบว่า ชื่อ ทวารแห่งกายธรรม ด้วยประการฉะนี้. ก็เจตนาที่ให้สำเร็จในทวารนั้นเป็นเหตุให้บุคคลฆ่าสัตว์ ถือเอาสิ่งของ ที่เจ้าของไม่ให้ ประพฤติมิจฉาจาร งดเว้นจากปาณาติบาต ข้อนี้ชื่อว่า กายกรรม . เมื่อปรวาทีมีอยู่อย่างนี้ บัณฑิตก็พึงดำรงไว้ด้วยนัยแห่งคำว่า กาย เป็นทวาร เจตนาที่สำเร็จในทวารนั้นเป็นกายกรรม คือ เป็นกุศล หรือว่า เป็นอกุศล ดังนี้. แต่เมื่อปรวาทีไม่มี ก็พึงดำรงติกะว่า กายกรรมเป็นกุศล หรือกุศล หรืออัพยากตะ ดังนี้ให้บริบูรณ์ ในข้อนั้น เปรียบเหมือนประตู พระนคร ย่อมตั้งไว้ในที่ที่เขาสร้างไว้แล้ว ย่อมไม่เลื่อนไปเลื่อนมาแม้สักองคุลี ก็มหาชนย่อมสัญจรไปทางประตูนั้น ๆ ฉันใด ทวารก็ฉันนั้นเหมือนกัน จะ เที่ยวไปหาได้ไม่ ส่วนกรรมย่อมเที่ยวไปโดยการเกิดขึ้นในทวารนั้น ๆ ด้วย เหตุนั้น พระโบราณาจารย์ทั้งหลายจึงกล่าวไว้ว่า ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานิ น ทฺวารา ทฺวารจาริโน ตสฺมา ทฺวาเรหิ กมฺมานิ อญฺมญฺํ ววฏฺิตา.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ