เล่มที่ 47
ส่วนที่ 305
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 305 อ้างอิง: Book 47, Section 305 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ ธรรมิกอุบาสกเมื่อจะประกาศชื่อเทพบุตรที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงธรรมเหล่านั้นในครั้งนั้น และเมื่อจะสรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงกล่าวสองคาถาว่า อคจฺฉิ เต สนฺติเก ได้ไปในสำนักของพระองค์ดังนี้ เป็นต้น. ในบทเหล่านั้นบทว่า นาคราชา เอราวโณ นาม ความว่า ได้ยิน ว่าเทพบุตรนี้ชื่อว่า เอราวัณ มีรูปเป็นเทพบนสวรรค์ สถิตอยู่ในวิมานทิพย์. เทพบุตรนั้นในเวลาที่ท้าวสักกะเสด็จชมพระอุทยาน ได้เนรมิตกาย ๑๕๐ โยชน์ เนรมิตกระพอง ๓๓ กระพอง เป็นช้างเอราวัณ. บนกระพองหนึ่ง ๆ มีงากระ พองละ ๒ งา บนงาหนึ่ง ๆ มีสระโบกขรณีงาละ ๗ สระ. บนสระโบกขรณีสระ- หนึ่ง ๆ มีสระบัวละ ๗ สระ. สระบัวสระหนึ่ง ๆ มีดอกบัวสระละ ๗ ดอก. บนดอกบัวดอกหนึ่ง ๆ มีดอกละ ๗ กลีบ. บนกลีบหนึ่ง ๆ มีนางอัปสรกลีบละ ๗ นาง ปรากฏชื่อว่าปทุมอัปสรทั้งนั้นฟ้อนรำอยู่. นางฟ้อนของท้าวสักกะมีมา แล้วในวิมานวัตถุว่า นางอัปสรได้ศึกษาเป็นอย่างดีหมุนตัวบนดอกปทุม. ใน ท่ามกลางกระพอง ๓๓ กระพองเหล่านั้น มีกระพองชื่อสุทัสสนะประมาณ ๓๐ โยชน์. ที่กระพองสุทัสสนะนั้นมีบัลลังก์แก้วมณีประมาณโยชน์หนึ่งลาดไปบน มณฑปดอกบัวสูง ๓ โยชน์ อันเป็นสถานที่ที่ท้าวสักกะจอมเทพแวดล้อมด้วย หมู่นางอัปสรเสวยทิพยสมบัติ. ครั้นเมื่อท้าวสักกะจอมเทพเสด็จกลับจากการ ชมอุทยาน ช้างเอราวัณก็กลายรูปนั้นเป็นเทพบุตรอย่างเดิม. ธรรมิกอุบาสก กล่าวว่า พญาช้างชื่อเอราวัณได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้านี้ทรงชนะบาปกรรม แล้วดังนี้จึงได้ไปในสำนักของพระองค์ หมายถึงเทพบุตรนั้น. บทว่า โสปิ ตยา มนฺตยิตฺวา ได้แก่เทพบุตรนั้นก็ปรึกษากับพระองค์ อธิบายว่าถามปัญหา. บทว่า อชฺฌคมา คือ ได้บรรลุแล้ว. บทว่า สาธูติ สุตฺวาน ปตีตรูโป ความว่า เทพบุตรสดับปัญหานั้นแล้วซ้องสาธุการชื่นชมยินดีกลับไป.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ