เล่มที่ 47

ส่วนที่ 304

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 304 อ้างอิง: Book 47, Section 304 ประเภท: section


เนื้อหา

ในบทเหล่านั้นพึงทราบบทที่พรรณนาไว้ในคราวก่อน โดยนัยที่กล่าว แล้วนั่นแล ข้าพเจ้าจักพรรณนาบทที่ยังไม่เคยกล่าวไว้. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่หนึ่งก่อน. บทว่า กถํกโร คือ กระทำ อย่างไร ปฏิบัติอย่างไร. บทว่า สาธุ โหติ ได้เเก่ เป็นผู้ดี เป็นผู้ไม่มีโทษ เป็นผู้ยังประโยชน์ให้สำเร็จ. เป็นอันท่านกล่าวว่า อุบาสกทั้งนั้น ด้วยบทว่า อุปาสกาเส ดังนี้. บทที่เหลือ โดยความชัดเจนแล้ว แต่โยชนาแก้ว่า บรรดา สาวกสองจำพวก คือ สาวกผู้ออกจากเรือนมิได้ครองเรือน คือ บวชก็ดี สาวก ผู้ครองเรือนเป็นอุบาสกก็ดี สาวกกระทำอย่างไรจึงจะยังประโยชน์ให้สำเร็จ. บัดนี้ ธรรมิกอุบาสกเมื่อจะแสดงถึงความสามารถของพระผู้มีพระ- ภาคเจ้าที่ถูกถามปัญหาอย่างนี้แล้วจะทรงแก้ได้ จึงกล่าวสองคาถาว่า ตุวํ หิ เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คตึ ได้แก่ คติที่เป็นอัธยาศัย. บทว่า ปรายนํ ได้แก่ ความสำเร็จ. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า คตึ ได้แก่ ประเภท ของคติ ๕ มีนรกเป็นต้น. บทว่า ปรายนํ ได้แก่ การออกไปจากคติ การ พ้นจากคติ คือปรินิพพาน. บทว่า น จตฺถิ ตุลฺโย ได้แก่ คนเช่นกับพระองค์ ไม่มี. บทว่า สพฺพํ ตุวํ ฺาณมเวจฺจ ธมฺมํ ปกาเสสิ สตฺเต อนุกมฺปมาโน ความว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ทรงแทงตลอดไญยธรรมไม่มีเหลือ ทรงอนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลาย ทรงประกาศญาณและธรรมทั้งปวง คือทรงทำ ให้แจ้ง ทรงชี้แจงสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเท่านั้น ท่านอธิบายว่า การปกปิด การสอนของอาจารย์ย่อมไม่มีแก่ท่าน. บทว่า วิโรจสิ วิมโล ความว่า พระองค์ปราศจากมลทิน ไพโรจน์เพราะไม่มีมลทินมีราคะเป็นต้น ดุจ พระจันทร์เว้นจากหมอกและธุลีเป็นต้น บทที่เหลือในคาถานี้มีความง่ายทั้งนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ