พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑
อันพุทธการกธรรมทั้งหลาย จักไม่มี เพียงเท่านี้แน่ เราจักเลือก...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 78
เนื้อหา
อันพุทธการกธรรมทั้งหลาย จักไม่มี เพียงเท่านี้แน่ เราจักเลือกเฟ้นธรรมแม้ อื่น ๆ บ่มโพธิญาณ เมื่อเราเลือกเฟ้นใน ครั้งนั้น ได้เห็นอุเบกขาบารมีอันเป็น พุทธการกธรรมข้อที่ ๑๐ อันพระมเหสีเจ้า ทั้งหลายในกาลก่อนปฏิบัติแล้ว ส้องเสพ แล้ว จึงสอนตนว่า เธอเป็นผู้คงที่มั่นคง สมาทานพุทธการกธรรมข้อที่ ๑๐ นี้ให้มั่น ก่อนแล้ว จักบรรลุสัมโพธิญาณ ธรรมดา แผ่นดินเว้นจากความยินดียินร้ายเหล่านั้น ทั้งสอง ย่อมวางเฉยสิ่งอันไม่สะอาดและ สิ่งสะอาดที่บุคคลโยนไปแล้ว แม้ฉันใด เธอ ก็จงเป็นฉันนั้นนั่นแหละ บำเพ็ญอุเบกขา- บารมี เป็นผู้คงที่ในสุขและทุกข์ในกาลทุก เมื่อแล้ว จักบรรลุสัมโพธิญาณ. ธรรมทั้งหลายอันบ่มโพธิญาณในโลก มีประมาณเท่านี้แหละ ไม่เกินจากนี้ ท่าน จงตั้งมั่นอยู่ในธรรมเหล่านั้นเถิด เมื่อเรา พิจารณาธรรมทั้งหลาย ที่เป็นสภาวะ รสะ และลักษณะเหล่านี้อยู่ ด้วยเดชแห่งธรรม เหล่านั้น แผ่นดินหมื่นโลกธาตุก็หวั่นไหว แผ่นดินหวั่นไหวอยู่ ส่งเสียงดังเหมือน เครื่องยนตร์หีบอ้อยที่เขาบีบแล้ว แผ่นดิน ย่อมสั่นสะเทือนเหมือนจักรยนต์น้ำมัน ฉะนั้น. มหาสมุทรทั้งหลายก็ตีฟองนองเนือง ทั้งจอมเขาที่มหาสมุทรนั้นก็โอนอ่อนน้อมลง แล้ว เสียงดังหึ่ง ๆ ก็ดังก้องไปแล้วที่เขา สิเนรุราช บริษัททั้งหลายอยู่ในที่อังคาส พระพุทธเจ้าหวั่นไหวอยู่ หมดสติล้มลง ณ พื้นดินในที่นั้น หม้อน้ำหลายพัน ตุ่มน้ำ หลายร้อยกระทบกันและกันแตกละเอียดไป ในที่นั้น มหาชนทั้งหลายต่างก็สะดุ้งตกใจ กลัวหมุนไป มีใจหวาดหวั่น มาประชุมกัน เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าทีปังกร ทูลถามว่า ข้าแต่ พระผู้มีพระผู้จักษุ ความดีหรือความชั่วจักมี แก่โลกอย่างไร โลกทั้งหมดถูกรบกวนแล้ว ขอพระองค์จงทรงบรรเทาอันตรายนั้นด้วย เถิด ครั้งนั้น พระมหามุนีทีปังกรพุทธเจ้า ทรงยังมหาชนเหล่านั้นให้ทราบแล้วว่า ท่าน ทั้งหลายจงวางใจเถิด อย่ากลัวเลยในการ หวั่นไหวแห่งแผ่นดินนี้ เราได้พยากรณ์ ดาบสใดในวันนี้ว่า เขาจักเป็นพระพุทธเจ้า ในโลก ดาบสนี้พิจารณาธรรมอันพระชินเจ้า ส้องเสพแล้วในกาลก่อน เมื่อดาบสนั้น พิจารณาธรรมอันเป็นพุทธภูมิโดยไม่เหลือ ด้วยเหตุนั้น แผ่นดินหมื่นโลกธาตุในมนุษย์ และเทวดานี้ จึงหวั่นไหวแล้ว เพราะสดับฟัง พระดำรัสของพระพุทธเจ้า ใจของพวกเขา ก็สงบทันที มนุษย์และเทวดาทั้งหมดจึงเข้า ไปหาเราแล้วอภิวาทอีกครั้งหนึ่ง เราสมาทาน พุทธคุณกระทำใจให้มั่นแล้ว นมัสการพระ- ทีปังกรพุทธเจ้า แล้วลุกขึ้นจากอาสนะใน ขณะนั้น เมื่อเราลุกจากอาสนะ เทวดาและ มนุษย์ทั้งสองพวกต่างก็โปรยปรายดอกไม้ ทั้งทิพย์ ทั้งเป็นของมนุษย์ เหล่าเทวดา และมนุษย์ทั้งสองพวกต่างก็ให้เราทราบถึง ความสวัสดีว่า ความปรารถนาที่ท่าน ปรารถนาแล้วเป็นเรื่องใหญ่ ท่านจักได้ โพธิญาณนั้นตามความปรารถนา ขอเสนียด จัญไรทั้งปวงจงพินาศไป ความโศก โรคจง สูญสิ้นไป อันตรายจงอย่ามีแก่ท่าน ขอท่าน จงตรัสรู้โพธิญาณอันยอดเยี่ยมพลันเถิด ต้นไม้ดอกย่อมเบ่งบานในสมัย (ฤดู) ที่มา ถึงแล้ว แม้ฉันใด ข้าแต่มหาวีระ ขอท่านจง เบิกบานด้วยพุทธญาณฉันนั้นเถิด พระสัม- พุทธเจ้าทั้งหลายเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทรงบำ เพ็ญบารมี ๑๐ ฉันใด ขอมหาวีรเจ้าจงบำเพ็ญ บารมี ๑๐ ฉันนั้นเถิด พระสัมพุทธเจ้าเหล่าใด เหล่าหนึ่ง ตรัสรู้ ณ โพธิมณฑล ฉันใด ขอ มหาวีรเจ้า จงตรัสรู้โพธิญาณของพระชินะ ฉันนั้นเถิด พระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่าใด เหล่าหนึ่ง ทรงประกาศพระธรรมจักร ฉันใด ขอมหาวีรเจ้า จงประกาศธรรมจักร ฉันนั้น เถิด พระจันทร์ในวันปุรณมีบริสุทธิ์ ย่อม ไพโรจน์ ฉันใด ขอท่านจงมีใจเต็มแล้ว ยัง หมื่นโลกธาตุให้ไพโรจน์ ฉันนั้นเหมือนกัน พระอาทิตย์พ้นจากราหูแล้ว ย่อมโชติช่วงมี แสงอันกล้า ฉันใด ขอท่านจงปลดเปลื้อง โลกโชติช่วงด้วยสิริ ฉันนั้นเหมือนกัน แม่ น้ำสายใดสายหนึ่ง ย่อมไหลลงสู่มหาสมุทร ฉันใด ขอชาวโลกทั้งเทวโลกจงไหลลงสู่ สำนักของท่าน ฉันนั้นเถิด.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน