เล่มที่ 65
้อย่างไร ? ตัณหาที่เป็นไปในชวนวิถีในจักขุ ทวารเป็นต้นอย่างนี...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 337
เนื้อหา
บทว่า อฏฺสตตณฺหาวิปรีตํ ได้แก่ ขยายไปเป็นตัณหา ๑๐๘, หากจะถามว่า เป็น ๑๐๘ ได้อย่างไร ? ตัณหาที่เป็นไปในชวนวิถีในจักขุ ทวารเป็นต้นอย่างนี้ว่า รูปตัณหา ฯลฯ ๑ ธรรมตัณหามีอารมณ์เช่นกับบิดา ดุจได้นามฝ่ายบิดา ในข้อความมีอาทิอย่างนี้ว่า บุตรแห่งเศรษฐี บุตร แห่งพราหมณ์ ดังนี้. ก็ในบทนี้ ชื่อว่ารูปตัณหา เพราะอรรถว่าตัณหามีรูปเป็นอารมณ์ คือตัณหาในรูป, รูปตัณหานั้น ที่ยินดีรูปเป็นไปด้วยความกำหนัดในกาม ๑. สัททตัณหา, คันธตัณหา, รสตัณหา, โผฏฐัพพตัณหา. ชื่อ กามตัณหา, ที่ยินดีเป็นไปอย่างนี้ว่า รูปเที่ยง ยั่งยืน มั่นคง ด้วย ความกำหนัดที่สหรคตด้วยสัสสตทิฏฐิ ชื่อ ภวตัณหา, ที่ยินดีเป็นไป อย่างนี้ว่า รูปขาดสูญ พินาศ ตายแล้ว จักไม่เกิด ด้วยความกำหนัดที่ สหรคตด้วยอุจเฉททิฏฐิ ชื่อ วิภวตัณหา, รูปตัณหามี ๓ อย่าง อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. แม้สัททตัณหาเป็นต้น ก็เหมือนรูปตัณหา. ตัณหาเหล่านั้นเป็นตัณหา วิปริต ๑๘. ตัณหาเหล่านั้น ในรูปภายในเป็นต้น ๑๘ ในรูปภายนอกเป็นต้น ๑๘ รวมเป็น ๓๖. ที่เป็นอดีต ๓๖ อนาคต ๓๖ ปัจจุบัน ๓๖ รวมเป็น ๑๐๘ ด้วยประการฉะนี้. อีกอย่างหนึ่ง รูปที่อาศัยรูปภายในเป็นต้นมีอาทิอย่างนี้ว่า เมื่อบทว่า อสฺมิ มีอยู่ บทว่า อิตฺถสฺมิ ก็ย่อมมี, เพราะอาศัยรูปภายใน มี ๑๘ รูปที่อาศัยรูปภายนอกเป็นต้นว่า เมื่อบทว่า อสฺมิ มีอยู่ด้วยบทนี้ บทว่า อิตฺถสฺมิ ก็ย่อมมีด้วย บทว่า เพราะอาศัยรูปภายนอก มี ๑๘ รวมเป็น ๓๖. ที่เป็นอดีต ๓๖ อนาคต ๓๖ ปัจจุบัน ๓๖ รวมเป็นตัณหาวิปริต ๑๐๘ แม้ อย่างนี้ด้วยประการฉะนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน