เล่มที่ 64

พรานเจตบุตร เมื่อจะพรรณนาถึงอาศรมบทให้ยิ่งขึ้นกว่าที่กล่าวมา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 495


เนื้อหา

พรานเจตบุตร เมื่อจะพรรณนาถึงอาศรมบทให้ยิ่งขึ้นกว่าที่กล่าวมา แล้วนั้น จึงกล่าวว่า ที่บริเวณอาศรมนั้น มีหมู่ไม้มะม่วง มะขวิด ขนุน ไม้รัง ไม้หว้า สมอพิเภก สมอไทย มะขาม- ป้อม ไม้โพธิ์ พุทรา มะพลับทอง ไม้ไทร ไม่มะสัง ไม่มะซางมีรสหวาน งามรุ่งเรือง และมะเดื่อผลสุก อยู่ในที่ต่ำทั้งกล้วยงาช้าง กล้วยหอม ผลจันทน์มีรส หวานเหมือนน้ำผึ้ง ในป่านั้นมีรวงผึ้งไม่มีตัว คนถือเอา บริโภคได้เอง อนึ่งในบริเวณอาศรมนั้น มีดงมะม่วง ตั้งอยู่ บางต้นกำลังออกช่อ บางต้นมีผลเป็นหัวแมลง- วัน บางต้นมีผลห่ามเป็นปากตะกร้อ บางต้นมีผลสุก ทั้งสองอย่างนั้นมีพรรณดังสีหลังกบ อนึ่งในบริเวณ อาศรมนั้น บุรุษยืนอยู่ใต้ต้นก็เก็บมะม่วงสุกกินได้ ผลมะม่วงดิบและสุกทั้งหลาย มีสีสวยกลิ่นหอมรส อร่อยที่สุด เหตุการณ์เหล่านี้เป็นที่น่าอัศจรรย์แก่ ข้าพเจ้าเหลือเกิน ถึงกับออกอุทานว่า อือ ๆ ที่ประทับ ของพระเวสสันดรนั้น เป็นดังที่อยู่แห่งเทวดาทั้งหลาย งดงามปานนันทนวัน มีหมู่ตาล มะพร้าว และ อินทผลัมในป่าใหญ่ ราวกะระเบียบดอกไม้ที่ช่างร้อย ครองตั้งไว้ ปรากฏดังยอดธง วิจิตรด้วยบุปผชาติมี พรรณต่าง ๆ เหมือนดาวเรื่อเรืองอยู่ในนภากาศ แลมี ไม่มูกมัน โกฐ สะค้าน และแคฝอย บุนนาค บุนนาค- เขาและทองหลาง มีดอกบานสะพรั่ง อนึ่งในบริเวณ อาศรมนั้น มีไม้ราชพฤกษ์ ไม้มะเกลือ กฤษณา รักดำ ก็มีมาก ต้นไทรใหญ่ ไม้รกฟ้า ไม่ประดู่ มี ดอกบานสะพรั่งในบริเวณอาศรมนั้น มีไม้อัญชันเขียว ไม้สน ไม้กะทุ่ม ขนุนสำมะกอ ไม้ตะแบก ไม้รัง ล้วนมีดอกเป็นพุ่มคล้ายลอมฟาง ในที่ไม่ไกลอาศรม นั้น มีสระโบกขรณี ณ ภูมิภาคน่ารื่นรมย์ ดาดาษ ไปด้วยปทุมและอุบล ดุจในนันทนอุทยานของเหล่า ทวยเทพฉะนั้น อนึ่งในที่ใกล้สระโบกขรณีนั้น มีฝูง นกดุเหว่าเมารสบุปผชาติ ส่งเสียงไพเราะจับใจ ทำป่า นั้นอื้ออึงกึกก้อง ในเมื่อหมู่ไม้ผลิดอกแย้มบานตาม ฤดูกาล รสหวานดังน้ำผึ้งร่วงหล่นจากเกสรดอกไม้ลง มาค้างอยู่บนใบบัว เรียกว่า โบกขรมธุ น้ำผึ้งใบบัว (ขันฑสกร) อนึ่งลมทางทิศทักษิณและทิศประจิมย่อม พัดมาที่อาศรมนั้น อาศรมเป็นสถานที่เกลื่อนกล่นด้วย ละอองเกสรปทุมชาติ ในสระโบกขรณีนั้นมีกระจับ ใหญ่ ๆ ทั้งข้าวสาลีร่วงลง ณ ภูมิภาค เหล่าปูในสระ นั้นก็มีมาก ทั้งมัจฉาชาติและเต่าว่ายไปตามกันเห็น ปรากฏ ในเมื่อเหง้าบัวแตก น้ำหวานก็ไหลออก ดุจ นมสด เนยใส ไหลออกจากเหง้าบัวฉะนั้น วนประเทศ นั้นฟุ้งไปด้วยกลิ่นต่างๆ หอนตลบไป วนประเทศนั้น เหมือนดังจะชวนเชิญชนผู้มาถึงแล้วให้ยินดีด้วยดอก ไม้และกิ่งไม้ที่มีกลิ่นหอม แมลงผึ้งทั้งหลายก็ร้องตอม อยู่โดยรอบ ด้วยกลิ่นดอกไม้ อนึ่งในที่ใกล้อาศรมนั้น มีฝูงวิหคเป็นอันมากมีสีสันต่าง ๆ กัน บันเทิงอยู่กับคู่ ของตน ๆ ร่ำร้องขานกะกันและกัน มีฝูงนกอีก ๔ หมู่ ทำรังอยู่ใกล้สระโบกรณี คือหมู่ที่ ๑ ชื่อนันทิกา ย่อมร้องทูลเชิญพระเวสสันดรให้ชื่นชมยินดีอยู่ในป่านี้ หมู่ที่ ๒ ชื่อชีวปุตตา ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระ- เวสสันดรพร้อมด้วยพระโอรสพระธิดาและพระมเหสี จงมีพระชนม์ยืนนานด้วยความสุขสำราญ หมู่ที่ ๓ ชื่อ ชีวปุตตาปิยาจโน ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระเวส- สันดรพร้อมทั้งพระโอรสพระธิดาและพระมเหสี ผู้ เป็นที่รักของพระองค์จงทรงสำราญ มีพระชนมายุยืน นานไม่มีข้าศึกศัตรู หมู่ที่ ๔ ชื่อปิยาปุตตาปิยานันทา ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระโอรสพระธิดาและพระ- มเหสี จงเป็นที่รักของพระองค์ พระองค์จงเป็นที่ รักของพระโอรสพระธิดาและมเหสี ทรงชื่นชมโสมนัส ต่อกันและกัน ทิวไม้ราวกะระเบียบดอกไม้ที่ช่างร้อย กรองตั้งไว้ ปรากฏดังยอดธง วิจิตรด้วยบุปผชาติมี พรรณต่าง ๆ เหมือนคนฉลาดเก็บมาร้อยกรองไว้ ซึ่ง เป็นที่ประทับแห่งพระราชาเวสสันดร พร้อมด้วยพระ- มัทรีราชเทวีทัพระชาลีและพระกัณหาชินา ทรงเพศ บรรพชิตอันประเสริฐ และขอสำหรับสอยผลาผล ภาชนะสำหรับใช้ในการบูชาเพลิงกับทั้งชฎา ทรงหนัง เสือเหลืองเป็นภูษาทรง บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรง นมัสการเพลิง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน