เล่มที่ 64

กาลนั้นพรานเจตบุตรก็มีความโสมนัส ด้วยคิดว่า ได้ยินว่า บัดนี้...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 494


เนื้อหา

กาลนั้นพรานเจตบุตรก็มีความโสมนัส ด้วยคิดว่า ได้ยินว่า บัดนี้ พราหมณ์นี้จะมาเชิญเสด็จพระเวสสันดรกลับ จึงผูกสุนัขทั้งหลายไว้ให้อยู่ที่ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วให้ชูชกลงจากต้นไม้ ให้นั่งบนที่ลาดกิ่งไม้ ให้โภชนาหาร เมื่อจะทำปฏิสันถาร จึงกล่าวคาถานี้ว่า ข้าแต่ตาพราหมณ์ ตาเป็นทูตที่รักของพระเวส- สันดรผู้เป็นที่รักของข้า ข้าจะให้กระบอกน้ำผึ้งและ ขาเนื้อย่างเป็นบรรณาการแก่ตา และจักบอกประเทศที่ พระเวสสันดรผู้ประทานความประสงค์ประทับอยู่แก่ตา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปิยสฺส เม ความว่า ตาเป็นทูตที่รักของ พระเวสสันดรผู้เป็นที่รักของข้า ข้าจะให้บรรณาการแก่ตา เพื่อความเต็มแห่ง อัธยาศัย จบชูชกบรรพ พรานเจตบุตรให้พราหมณ์ชูชกบริโภคแล้ว ให้กระบอกน้ำผึ้งและขา เนื้อย่างแก่ชูชก เพื่อเป็นเสบียงเดินทางอย่างนี้แล้ว ยืนที่หนทางยกมือเบื้อง ขวาขึ้นเมื่อจะแจ้งโอกาสเป็นที่ประทับอยู่แห่งพระเวสสันดรมหาสัตว์ จึงกล่าวว่า ดูก่อนมหาพราหมณ์ นั่นภูเขาคันธมาทน์ล้วน แล้วไปด้วยศิลา ซึ่งเป็นที่ประทับแห่งพระราชา เวสสันดรพร้อมด้วยพระมัทรีราชเทวีทั้งพระชาลีและ พระกัณหาชินา ทรงเพศบรรชิตอันประเสริฐ และ ขอสำหรับสอยผลาผล ภาชนะสำหรับใช้ในการบูชา เพลิง กับทั้งชฎา ทรงหนังสือเหลืองเป็นภูษาทรง บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงนมัสการเพลิง ทิวไม่เขียว นั้นทรงผลต่าง ๆ และภูผาสูงยอดเสียดเมฆเขียวชะอุ่ม นั่นแลเป็นเหล่าอัญชนภูผาเห็นปรากฏอยู่ นั่นเหล่าไม้ ตะแบก ไม้หูกวาง ไม้ตะเคียน ไม้รัง ไม่สะคร้อและ เถายางทราย อ่อนไหวไปตามลมดังมาณพดื่มสุราครั้ง แรกก็โซเซฉะนั้น เหล่านกโพระดก นกดุเหว่า ส่ง เสียงร้องบนกิ่งต้นไม้ พึงฟังดุจสังคีตโผผินบินจาก ต้นนั้นสู่ต้นนี้ กิ่งไม้และใบไม้ทั้งหลาย อันลมให้ หวั่นไหวแล้วเสียดสีกัน ดังจะชวนบุคคลผู้ผ่านไป ให้มายินดี และยังบุคคลผู้อยู่ในที่นั้นให้เพลิดเพลิน ซึ่งเป็นที่ประทับแห่งพระราชาเวสสันดรพร้อมด้วย พระมัทรีราชเทวี ทั้งพระชาลีและพระกัมหาชินาทรง เพศบรรพชิตอันประเสริฐ และขอสำหรับสอยผลาผล ภาชนะสำหรับใช้ในการบูชาเพลิง กับทั้งชฎา ทรง หนังเสือเหลืองเป็นภูษาทรง บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรงนมัสการเพลิง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน