เล่มที่ 47
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระประสงค์จะกล่าวแก่พราหมณ์นั้น จึงตรัส...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 366
เนื้อหา
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระประสงค์จะกล่าวแก่พราหมณ์นั้น จึงตรัสว่า เตนหิ ฯเปฯ เทสิสฺสามิ ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าอย่างนั้นท่านจง เงี่ยโสตลงเถิด เราจักแสดงธรรมแก่ท่าน เพื่อทรงพร่ำสอนพราหมณ์ผู้เงี่ยโสต ลงแล้ว จึงตรัสคาถาว่า ตาว มา ชาตึ ปุจฺฉ ท่านอย่าถามถึงชาติก่อนเลย. ในบทเหล่านั้น บทว่า มา ชาตึ ปุจฺฉ อย่าถามถึงชาติ ความว่า ผิว่า ท่านหวังความมีผลมากในการบูชา ความสำเร็จและการให้ จงอย่าถามถึง ชาติ เพราะการถามถึงชาติไม่ใช่เหตุในการพิจารณาถึงทักขิไณยบุคคล. บทว่า จรณํ จ ปุจฺฉ ได้แก่ จงถามแต่ธรรมสำหรับประพฤติ อันได้แก่คุณธรรม มีศีลเป็นต้นเถิด เพราะธรรมสำหรับประพฤตินี้ เป็นเหตุในการพิจารณาถึง ทักขิไณยบุคคล. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงชี้แจงความนั้น ให้แจ่มแจ้งแก่ พราหมณ์นั้น จึงทรงยกตัวอย่างว่า กฏฺา หเว ชายติ ชาตเวโท เป็น ต้น. อธิบายความในบทนั้นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ไฟย่อมเกิดแต่ไม้แล อนึ่ง ไฟนั้นมิใช่เกิดจากไม้มีไม้สาละเป็นต้นเท่านั้น จึงทำหน้าที่ของไฟได้ ถึงเกิดจากไม้มีแผ่นหินและรางน้ำเป็นต้นก็ทำหน้าที่ไม่ได้ แต่ที่ทำได้เพราะ ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติ มีเปลวไฟเป็นต้นฉันใด ผู้ที่เป็นทักขิไณยบุคคล ก็ฉันนั้น มิใช่ผู้เกิดในตระกูลพราหมณ์เท่านั้น ทั้งมิใช่เกิดในตระกูลคนจัณฑาล เป็นต้น แม้เกิดในตระกูลต่ำ เกิดในตระกูลสูง ก็เป็นมุนีขีณาสพ มีปัญญา เกียดกันอกุศลได้ด้วยหิริ เป็นบุคคลอาชาไนยได้ เป็นผู้มีชาติ โดยคุณสมบัติ อันมีปัญญาและหิริเป็นประธาน ก็เป็นทักขิไณยบุคคลผู้สูงสุดได้ เพราะผู้นั้น ย่อมทรงคุณธรรมด้วยปัญญา ย่อมกีดกันโทษทั้งหลายด้วยหิริ สมดังที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า หิริยา หิ สนฺโต น กโรนฺติ ปาปํ จริงอยู่ สัตบุรุษทั้งหลายย่อมไม่ทำความชั่ว เพราะมีหิริ. ด้วยเหตุนั้น เราขอบอกแก่ ท่านว่า ท่านถามถึงชาติ จงถามแต่ธรรมสำหรับประพฤติ ไฟย่อมเกิดแต่ไม้แล แม้ผู้เกิดในตระกูลต่ำก็เป็นมุนี มีปัญญา เป็นบุคคลอาชาไนย เกียดกันอกุศล ด้วยหิริได้. นี้เป็นความสังเขป. ส่วนความพิสดาร พึงทราบโดยค้นคว้าดูใน อัสสลายนสูตร.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน