เล่มที่ 44

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงแล้ว ตรัสแล้ว ทรงประกาศแล้ว

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 420


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตถาคตปฺปเวทิตํ ความว่า ชื่อว่า ตถาคตปฺปเวทิตํ เพราะพระตถาคตคือพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงแล้ว ตรัสแล้ว ทรงประกาศแล้ว. บทว่า อาคมฺม ได้แก่ บรรลุ อีกอย่างหนึ่ง บท ว่า อาคมฺม เพราะอาศัยแล้วจึงรู้. ปาฐะว่า ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย ดังนี้ก็มี. บทว่า สทฺธํ สมาทิยิ ความว่า เขาถือเอาโดยชอบซึ่งศรัทธา ทั้ง ๒ อย่าง คือ ศรัทธาที่เป็นส่วนบุรพภาพ อันเป็นที่อาศัยแห่งพระ- รัตนตรัยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้โดยชอบและด้วยพระองค์เอง ๑ พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ๑ พระสงฆ์สาวกของพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าผู้ปฏิบัติดีแล้ว ๑ และศรัทธาที่เป็นโลกุตระ อธิบายว่า ถือเอาจนสิ้นภพโดยที่ไม่ต้องถือเอาอีก คือทำให้เกิดขึ้นในจิตสันดาน ของตน แม้ในบทมีอาทิว่า สีลํ สมาทิยิ ก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า สีลํ ได้แก่ ศีลที่สัมปยุตด้วยมรรคจิตและที่สัมปยุตด้วยผลจิต พร้อมด้วย ีศีลอันเป็นส่วนเบื้องต้น. บทว่า สุตํ ได้แก่ สุตะทั้ง ๒ อย่าง คือ ความ เป็นผู้มีปริยัติธรรมอันสดับแล้วมาก ๑ ความเป็นผู้มีปฏิเวธอันสดับแล้ว มาก ๑ จริงอยู่ แม้ปริยัติธรรมมีประการตามที่สาวกทั้งหลายได้แล้ว ด้วย การแทงตลอดสัจจะในเวลาสดับธรรม เธอก็ได้สดับแล้ว ทรงจำแล้ว ได้สั่งสมแล้ว ได้เพ่งด้วยใจแล้ว และได้แทงตลอดด้วยดีด้วยทิฏฐิ. บทว่า จาคํ ได้แก่ จาคะ กล่าวคือการปล่อยวางอภิสังขารคือกิเลส อันปฐมมรรค (โสดาปัตติมรรค) พึงฆ่า อันเป็นเหตุให้พระอริยสาวกทั้งหลาย เป็นผู้ สละเด็ดขาดในไทยธรรม มีมือสะอาด ยินดีในการเสียสละ. บทว่า ปญฺํ ได้แก่ ปัญญาอันสัมปยุตด้วยมรรคจิต และปัญญาอันสัมปยุตด้วยผลจิต พร้อมด้วยวิปัสสนาปัญญา.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน