เล่มที่ 44

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตุทนฺติ วาจาย ชนา อสญฺตา สเรหิ สงฺคา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 381


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตุทนฺติ วาจาย ชนา อสญฺตา สเรหิ สงฺคามคตํว กุญฺชรํ ความว่า พวกพาลชน ชื่อว่าผู้ไม่สำรวม คือผู้ที่ แนะนำไม่ได้ เพราะไม่มีสังวรบางอย่าง มีสังวรทางกายเป็นต้น ย่อม แทง คือทิ่มแทงด้วยหอกคือวาจา เหมือนทหารที่เป็นข้าศึกทิ่มแทงช้าง กุญชร คือช้างเชือกประเสริฐ ตัวอยู่ในสงคราม คือในสนามรบด้วยลูก ศร ที่ซึมซาบ (ด้วยยาพิษ). นี้เป็นสภาวะของพาลชนเหล่านั้น. บทว่า สุตฺวาน วากฺยํ ผรุสํ อุทีริตํ อธิวาสเย ภิกฺขุ อทุฏฺ€จิตฺโต ความว่า ก็ ภิกษุสะสาง พากย์ คือคำหยาบนั้น ที่พาลชนเหล่านั้นเปล่ง คือกล่าว ได้แก่ให้เป็นไปด้วยอำนาจกระทบกระทั่งความรัก อันไม่เป็นจริง โดย ความเป็นจริง ระลึกถึงโอวาทที่เปรียบด้วยเลื่อยของเราตถาคต เป็นผู้มี จิตไม่ประทุษร้ายแม้น้อยหนึ่ง เป็นผู้มีปกติเห็นภัยในสงสารว่า นี้มีสงสาร เป็นสภาวะ พึงอดกลั้น คือพึงตั้งอยู่ในอธิวาสนขันติอดทน. ในข้อนี้ มีผู้ท้วงว่า ข้อที่พระศาสดามีบุญสมภารอันไพบูลย์ที่ พระองค์สั่งสมมา โดยเคารพตลอดกาลหาประมาณมิได้ ทรงได้รับการ กล่าวตู่ที่ไม่เป็นจริงที่ร้ายแรงถึงอย่างนี้ นั่นเป็นกรรมอะไร ? ข้าพเจ้าจะ เฉลยดังต่อไปนี้ :- พระผู้มีพระภาคเจ้านี้นั้น เคยเป็นพระโพธิสัตว์ ในอดีตชาติเป็น นักเลง ชื่อว่า มุนาลิ เที่ยวคบแต่คนชั่ว มากไปด้วยอโยนิโสมนสิการ. วันหนึ่ง เขาเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า นามว่า สุรภี กำลังห่มจีวรเพื่อ เข้าไปบิณฑบาตยังพระนคร. ก็ในสมัยนั้น ผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปไม่ไกล พระปัจเจกพุทธเจ้านัก. นักเลงกล่าวตู่ว่า สมณะนี้ ไม่ใช่เป็นพรหมจารี. ด้วยกรรมนั้นเขาจึงไหม้ในนรกหลายแสนปี เพราะเศษแห่งวิบากกรรมนั้น นั่นแล แม้ได้เป็นพระพุทธเจ้าในบัดนี้ ก็ยังถูกกล่าวตู่ เพราะเหตุแห่ง นางสุนทรี. ก็ข้อนี้ฉันใด ทุกข์มีการกล่าวตู่เป็นต้น ที่หญิงผู้กระทำอาการ อันแปลกมีนางจิญจมาณวิกาเป็นต้น ให้เป็นไปแล้วแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทั้งหมดนั้น เป็นเศษวิบากแห่งกรรมที่พระองค์ทรงกระทำไว้ในปางก่อน ซึ่งเรียกว่า กรรมปิโลติกะ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน