เล่มที่ 43

ส่วนที่ 264

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 264


เนื้อหา

๘. ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงปลดเปลื้องราคะ และโทสะเสีย เหมือนมะลิเครือปล่อยดอกทั้งหลายที่ เหี่ยวเสียฉะนั้น. ๙. ภิกษุผู้มีกายสงบ มีวาจาสงบ มีใจสงบ ผู้ ตั้งมั่นดีแล้ว มีอามิสในโลกอันคายเสียแล้ว เรา เรียกว่า ผู้สงบระงับ. ๑๐. เธอจงตักเตือนตนด้วยตน จงพิจารณาดู ตนนั้นด้วยตน ภิกษุ เธอนั้นมีสติ ปกครองตนได้แล้ว จักอยู่สบาย ตนแหละเห็นนาถะของตน ตนแหละ เป็นคติของตน เพราะฉะนั้น เธอจงสงวนตนให้ เหมือนอย่างพ่อค้าม้าสงวนม้าตัวเจริญฉะนั้น. ๑๑. ภิกษุผู้มากด้วยความปราโมทย์ เลื่อมใส แล้วในพระพุทธศาสนา พึงบรรลุสันตบท เป็นที่ เข้าไปสงบสังขาร เป็นสุข. ๑๒. ภิกษุใดแล ยังหนุ่มพากเพียรอยู่ในพระ- พุทธศาสนา ภิกษุนั้น ย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง ดุจ พระจันทร์ที่พ้นแล้วจากหมอก (เมฆ) สว่างอยู่ฉะนั้น. พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุ ๕ รูป ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า " จกฺขุนา สํวโร สาธุ" เป็นต้น. ดังได้สดับมา บรรดาภิกษุ ๕ รูปนั้น รูปหนึ่ง ๆ ย่อมรักษาทวาร ทั้ง ๕ มีจักษุทวารเป็นต้น รูปละทวารเท่านั้น. ต่อมาวันหนึ่ง พวกเธอประชุมกันแล้ว เถียงกันว่า " ผมย่อม รักษาทวารที่รักษาเขาได้ยาก, ผมย่อมรักษาทวารที่รักษาได้ยาก" แล้ว กล่าวว่า " พวกเราทูลถามพระศาสดาแล้ว จักรู้เนื้อความนี้" จึงเข้าไป เฝ้าพระศาสดา กราบทูลถามว่า " พระเจ้าข้า พวกข้าพระองค์รักษาทวาร มีจักษุทวารเป็นต้นอยู่ ย่อมสำคัญว่า ' ทวารที่ตน ๆ รักษานั่นแล เป็น สิ่งที่รักษาได้โดยยาก, บรรดาพวกข้าพระองค์ ใครหนอแล ? ย่อมรักษา ทวารที่รักษาได้โดยยาก."


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน