เล่มที่ 43

ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน ไม่ควรเที่ยว ปรารถนาลาภของผู้อื่น...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 263


เนื้อหา

ภิกษุไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน ไม่ควรเที่ยว ปรารถนาลาภของผู้อื่น ภิกษุเมื่อปรารภนาลาภของผู้ อื่น ไม่ประสบสมาธิ ถ้าภิกษุแม้เป็นผู้มีลาภน้อย ก็ ไม่ดูหมิ่นลาภของตน เทพดาทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญ ภิกษุนั้นแล (ว่า) ผู้มีอาชีพหมดจด ไม่เกียจคร้าน. ความยึดถือในนามรูปว่าเป็นของของเรา ไม่ มีแก่ผู้ใดโดยประการทั้งปวง อนึ่ง ผู้ใดไม่เศร้าโศก เพราะนามรูปนั้นไม่มีอยู่ ผู้นั้นแล เราเรียกว่า ภิกษุ. ภิกษุใด มีปกติอยู่ด้วยเมตตา เสื่อมใสใน พระพุทธศาสนา ภิกษุนั้นพึงบรรลุบทอันสงบ เป็นที่ เข้าไประงับสังขารอันเป็นสุข ภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้ เรือที่เธอวิดแล้วจักถึงเร็ว เธอตัดราคะและโทสะได้ แล้ว แต่นี้จักถึงพระนิพพาน ภิกษุพึงตัดธรรม ๕ อย่าง พึงละธรรม ๕ อย่าง และพึงยังคุณธรรม ๕ ให้เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ภิกษุผู้ล่วงกิเลสเครื่องข้อง ๕ อย่าง ได้ แล้ว เราเรียกว่า ผู้ข้ามโอฆะได้ ภิกษุ เธอจงเพ่ง และอย่าประมาท จิตของเธออย่าหมุนไปในกามคุณ เธออย่าเป็นผู้ประมาทกลืนกินก้อนแห่งโลหะ เธอ อย่าเป็นผู้อันกรรมแผดเผาอยู่ คร่ำครวญว่า นี้ทุกข์ ฌานย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่ มีแก่ผู้ไม่มีฌาน ฌานและปัญญาย่อมมีในบุคคลใด บุคคลนั้นแล ตั้งอยู่แล้วในที่ใกล้พระนิพพาน ความ ยินดีมิใช่ของมีอยู่แห่งมนุษย์ ย่อมมีแก่ภิกษุผู้เข้าไป แล้วสู่เรือนว่าง ผู้มีจิตสงบแล้ว ผู้เห็นแจ้งธรรมอยู่ โดยชอบ ภิกษุพิจารณาอยู่ ซึ่งความเกิดขึ้นและ ความเสื่อมไปแห่งขันธ์ทั้งหลาย โดยอาการใด ๆ เธอย่อมได้ปีติและปราโมทย์โดยอาการนั้น ๆ การ ได้ปีติและปราโมทย์นั้น เป็นธรรมอันไม่ตายของผู้รู้ แจ้งทั้งหลาย ธรรมนี้คือ ความคุ้มครองอินทรีย์ ๑ ความสันโดษ ๑ ความสำรวมในพระปาติโมกข์ ๑ เป็นเบื้องต้น ในธรรมอันไม่ตายนั้น มีอยู่แก่ภิกษุผู้มี ปัญญาในพระศาสนานี้ เธอจงคบมิตรที่ดีงาม อาชีวะอันหมดจด ไม่เกียจคร้าน ภิกษุพึงเป็นผู้ ประพฤติในปฏิสันถาร พึงเป็นผู้ฉลาดในอาจาระ เพราะเหตุนั้น เธอจักเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ กระ- ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน