เล่มที่ 31
ก็มารนั้น เพราะประกอบด้วยบาปธรรม จึงเรียกว่า ผู้มีบาป
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 103
เนื้อหา
ในคำว่า มารผู้มีบาป นี้ ชื่อว่า มาร เพราะประกอบสัตว์ไว้ใน ความฉิบหายให้ตาย. คำว่า ผู้มีบาป เป็นคำใช้แทนมารนั้นเอง. ก็มารนั้น เพราะประกอบด้วยบาปธรรม จึงเรียกว่า ผู้มีบาป. ถึงคำว่า กัณห์ (ดำ) อันตกะ (ผู้ทำที่สุด) นมุจิ เผ่าพันธ์ผู้ประมาท ก็ล้วนแต่เป็นชื่อของมารนั้นเอง. คำว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ คือในสัปดาห์ที่ ๘ แห่งการบรรลุ ความตรัสรู้พร้อมของพระผู้มีพระภาคเจ้า มารนี้แล ได้มาที่โคนโพธิ์ทีเดียว ทูล ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาเพื่อประโยชน์ อันใดพระองค์ก็ทรงได้บรรลุประโยชน์อันนั้นแล้ว ทรงแทงตลอดสัพพัญญุตญาณ แล้ว พระองค์ท่องเที่ยวไปในโลกหาประโยชน์อะไรกัน แล้วได้อ้อนวอน เหมือนในวันนี้แหละว่า พระเจ้าข้า บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงปรินิพพาน เถิด ขอพระสุคตเจ้าจงปรินิพพานเถิด. และพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสปฏิเสธ ไปกะมารนั้นเป็นต้น ว่า น ตาวหํ. มารหมายเอาพระดำรัสนั้น จึงกล่าวคำว่า พระเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระดำรัสนี้ไว้แล้วแล ดังนี้เป็นต้น. ในบทเหล่านั้น คำว่า ผู้เฉียบแหลม หมายถึงผู้ฉลาดด้วยอำนาจ มรรค. ผู้ได้รับการแนะนำ และผู้แกล้วกล้า ก็อย่างนั้นนั่นแล. คำว่า เป็นพหูสูต คือ ชื่อว่า เป็นพหูสูต เพราะเขาได้ฟังด้วยอำนาจปิฎกสาม มามาก. ชื่อว่า ผู้ทรงธรรม ก็เพราะจำทรงธรรมนั้นแหละ. อีกอย่างหนึ่ง พึงเห็นใจความในคำว่า ผู้ทรงธรรม นี้อย่างนี้ว่า เป็นพหูสูตทางปริยัติ และเป็นพหูสูตทางปฏิเวธ จึงชื่อว่า เป็นผู้ทรงธรรม เพราะจำทรงธรรมคือ ปริยัติและปฏิเวธนั่นเอง. คำว่า ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนา คือ เป็นผู้ปฏิบัติ ธรรม คือวิปัสสนาอันเป็นธรรมที่ไปตามธรรมของพระอริยเจ้า. คำว่า สามี- จิปฏิปนฺนา คือ เป็นผู้ปฏิบัติข้อปฏิบัติที่สมควร. คำว่า อนุธมฺมจาริโน คือ เป็นผู้ประพฤติตามธรรมเป็นปกติ. คำว่า สกํ อาจริยกํ คือ วาทะ อาจารย์ของตน. คำทั้งหมดเป็นต้นว่า จักบอก เป็นคำสำหรับใช้แทนกัน และกันนั่นเอง. คำว่า โดยสหธรรม คือ ด้วยถ้อยคำที่มีเหตุ มีการณ์. คำว่า มีปาฏิหารย์ คือ จะแสดงธรรมทำให้ออกจากทุกข์ได้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน