เล่มที่ 31
ของกรรมที่ถูกกิเลสเข้าไปยึดครองแล้ว ถูกชราทั้งหลายมีพระทนต์ ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 102
เนื้อหา
ถามว่า ก็ทำไมจึงไม่ทรงดำรงอยู่เล่า. ตอบว่า ขึ้นชื่อว่า พระสรีระ ที่เป็นผลของกรรมที่ถูกกิเลสเข้าไปยึดครองแล้ว ถูกชราทั้งหลายมีพระทนต์ หักเป็นต้น จะครอบงำ ธรรมดาว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ยังไม่ถึง ความเป็นผู้มีพระทนต์หักเป็นต้นเลย ก็ย่อมปรินิพพานในส่วนพระชนมายุ ที่ ๕ ในเวลาที่ยังทรงเป็นที่รักที่ชื่นใจของคนจำนวนมากนั่นเอง แต่เมื่อเหล่า พระมหาสาวกผู้เป็นพุทธานุพุทธปรินิพพานแล้ว ก็ย่อมเป็นสรีระที่ต้องตั้งอยู่ โดดเดี่ยว เหมือนตอไม้. หรือมีภิกษุหนุ่มและสามเณรห้อมล้อมบ้าง แต่นั้น ก็จะต้องถึงความเป็นผู้ที่พึงถูกเยาะเย้ยเหยียดหยามว่า โอ้ บริษัทของพวกพุทธ์ เพราะฉะนั้น พระองค์จึงไม่ดำรงอยู่. แต่เมื่อตรัสคำเช่นนี้แล้ว มารนั้น ก็ชอบใจ. คำว่า อายุกัป นี้แหละ ท่านได้ชี้ชัดลงไปในอรรถกถาแล้ว. คำว่า ตํ นั้น ในคำว่า ยถา ตํ มาเรน ปริยฏฺิตจิตฺโต เป็นเพียงคำลงมาแทรกเข้าไว้. อธิบายว่า ปุถุชนแม้อื่นใด ๆ ที่ถูกมารดลใจ คือ ถูกมารท่วมทับใจแล้ว ไม่พึงอาจเพื่อแทงตลอดได้ฉันใด พระเถระ ก็ไม่สามารถแทงตลอดฉันนั้น เหมือนกัน. จริงอยู่ มารย่อมดลจิตผู้ที่ยังละ วิปลาส ๑๒ อย่างไม่ได้หมด. ส่วนพระเถระ ยังละวิปลาส ๔ อย่างไม่ได้ เพราะฉะนั้น มารจึงยังดลใจของท่านได้. ถามว่า ก็แล เมื่อมารนั้นจะทำการ ดลใจ ย่อมทำอะไร. ตอบว่า ย่อมแสดงรูปารมณ์ที่น่ากลัวบ้าง ให้ยินอารมณ์ คือเสียงบ้าง จากนั้น สัตว์ทั้งหลายได้เห็นรูปนั้น หรือได้ยินเสียงนั้นแล้ว ก็ทิ้งสติ เกิดเวียนหน้าขึ้นมา มันสอดมือเข้าปากแล้วบีบหัวใจสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นก็ยืนสลบไสล. ก็มารนี้สามารถสอดมือเข้าไปในปากของพระเถระ เจียวหรือ ก็มันแสดงอารมณ์ที่น่ากลัว พระเถระได้เห็นอารมณ์นั้น ก็ แทงตลอดแสงแห่งนิมิตไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึง สามครั้ง เพื่ออะไร. เพื่อทรงทำให้เพลาโศก ด้วยการยกความผิดขึ้นว่า นี่ เป็นความกระทำไม่ดีของเธอเอง นี่เป็นความผิดของเธอเอง เมื่อพระเถระทูล อ้อนวอนภายหลังว่า ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงดำรงอยู่เถิด พระพุทธเจ้าข้า.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน