เล่มที่ 31

คำว่า พรหมจรรย์ ได้แก่ศาสนพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ที่สงเคราะห์ด้วย...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 104


เนื้อหา

คำว่า พรหมจรรย์ ได้แก่ศาสนพรหมจรรย์ทั้งสิ้น ที่สงเคราะห์ด้วย ไตรสิกขา. คำว่า อิทฺธํ ได้แก่สำเร็จพร้อมแล้วด้วยความยินดีในฌานเป็นต้น. คำว่า ผีตํ ได้แก่ ถึงความเจริญ ด้วยอำนาจการถึงพร้อมแห่งอภิญญา เหมือนดอกไม้บานสะพรั่ง. คำว่า วิตฺถาริตํ ได้แก่ แผ่ไปด้วยอำนาจตั้งมั่น ในส่วนแห่งทิศนั้น ๆ. คำว่า รู้กันโดยมาก ได้แก่ที่คนหมู่มากรู้คือแทงตลอด ด้วยอำนาจการตรัสรู้ของมหาชน. คำว่า หนาแน่น ได้แก่ถึงความเป็นของ หนาแน่น ด้วยอาการทุกอย่าง. ถามว่า อย่างไร. ตอบว่า จนกระทั่งพวก เทวดาและมนุษย์ประกาศดีแล้ว หมายความว่า อันพวกเทวดาและมนุษย์ ที่ประกอบด้วยชาติแห่งผู้รู้ทั้งหมด ประกาศดีแล้ว. คำว่า มีความขวนขวายน้อย คือ หมดอาลัย. พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัส ว่า มารผู้มีบาป เจ้าแล ตั้งแต่สัปดาห์ที่แปดมาได้เที่ยวโวยวายว่า พระเจ้าข้า บัดนี้ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงปรินิพพานเถิด ขอพระสุคตเจ้า จงปรินิพพาน เถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า บัดนี้ตั้งแต่วันนี้ เจ้าจงเลิกความอุตสาหะได้ แล้ว จงอย่าทำความพยายามเพื่อการปรินิพพานของเราเลย. คำว่า ทรงมีพระสติสัมปชัญญะทรงปลงอายุสังขาร คือ ทรงตั้งพระสติไว้เป็นอย่างดี ทรงใช้พระญาณกำหนดแล้วจึงทรงปลง คือ ทรงสละอายุสังขาร. ในกรณีนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ามิได้ทรงปลงอายุสังขาร อย่างใช้พระหัตถ์โยนก้อนดินทิ้ง แต่ทรงเกิดความคิดว่า เราจะเข้าผลสมาบัติ ตลอดเวลาประมาณสามเดือนเทียว ต่อจากนั้นจักไม่เข้าสมาบัติอื่น พระอานนท์ หมายเอาอาการอย่างนั้น จึงได้กล่าวว่า ทรงปลงแล้ว. ปาฐะว่า อฺสฺสชฺชิ ดังนี้ก็มี.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน