เล่มที่ 27

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 532


เนื้อหา

กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดใน อารมณ์ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดใน โคจรในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ ๑ บางคนไม่ฉลาดใน อารมณ์ในสมาธิ และไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดใน อารมณ์ในสมาธิ และฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในอารมณ์ในสมาธิ และฉลาดในโคจรในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌาน ทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจาก นมสด ฯลฯ. กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในโคจร ในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ ๑ บางคนฉลาด ในการบริหารจิตไปในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ ๑ บางคน ไม่ฉลาดในโคจรในสมาธิ และไม่ฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดในโคจรในสมาธิ และฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาดในโคจรในสมาธิ และฉลาดในการ บริหารจิตไปในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจาก เเม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ. กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ฉลาดในการ บริหารจิตไปในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเคารพในสมาธิ ๑ บางคน กระทำความเคารพในสมาธิ แต่ไม่ฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ ๑ บางคนไม่ฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ และไม่กระทำความ เคารพในสมาธิ ๑ บางคนฉลาดในการบริหารจิตไปในสมาธิ และ กระทำความเคารพในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่ฉลาด ในการบริหารจิตไปในสมาธิ และกระทำความเคารพในสมาธิ นับว่า เป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌาน ทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจาก นมสด ฯลฯ. กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำความ เคารพในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑ บางคนกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ แต่ไม่กระทำความ เคารพในสมาธิ ๑ บางคนไม่กระทำความเคารพในสมาธิ และ ไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑ บางคนกระทำ ความเคารพในสมาธิ และกระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวกนั้น ผู้ได้ฌานที่กระทำความเคารพในสมาธิ และกระทำ ความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือน นมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด ฯลฯ. กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้ได้ฌาน ๔ จำพวกนี้ ๔ จำพวกเป็นไฉน? คือ ผู้ได้ฌานบางคนในโลกนี้ เป็นผู้กระทำ ความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ แต่ไม่กระทำความสบายในสมาธิ ๑ บางคนกระทำความสบายในสมาธิ แต่ไม่กระทำความเพียรเป็นไป ติดต่อในสมาธิ ๑ บางคนไม่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และไม่กระทำความสบายในสมาธิ ๑ บางคนกระทำความเพียร เป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำความสบายในสมาธิ ๑ ใน ๔ จำพวก นั้น ผู้ได้ฌานที่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำ ความสบายในสมาธิ นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่าผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น เปรียบเหมือนนมสดเกิดจากแม่โค นมส้มเกิดจากนมสด เนยข้นเกิดจากนมส้ม เนยใสเกิดจากเนยข้น หัวเนยใสเกิดจากเนยใส หัวเนยใสเขากล่าวว่าเป็นเลิศ ฉันใด ผู้ได้ฌาน ที่กระทำความเพียรเป็นไปติดต่อในสมาธิ และกระทำความสบายใน สมาธิ ก็นับว่าเป็นผู้เลิศ ประเสริฐที่สุด เป็นประธาน สูงสุด และดีกว่า ผู้ได้ฌานทั้ง ๔ จำพวกนั้น ฉันนั้นเหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้จบลงแล้ว ภิกษุเหล่านั้นดีใจชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ฉะนี้แล. จบ สัปปายการีสูตร (สูตรอีก ๕๐ สูตร พึงให้พิสดารโดยนัยนี้) จบ สมาธิสังยุต อรรถกถาสัปปายการีสูตรที่ ๑๐ บทว่า น สมาธิสฺมึ สปฺปายการี ความว่า ไม่สามารถจะ ทำธรรมที่เป็นสัปปายะ คือเป็นอุปการะแก่สมาธิให้บริบูรณ์ได้. จบ อรรถกถาสัปปายการีสูตรที่ ๑๐ ต่อจากนี้ไป พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสจตุกกะไว้ (โดย) ประกอบ เข้ากับบททั้งหลาย มีสมาบัติเป็นต้น. เนื้อความของจตุกกะเหล่านั้น พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วนั่นแล. ส่วนสมาธิสังยุตในวรรคนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้โดยเป็นโลกิยฌานเท่านั้นแล จบ อรรถกถาสมาธิสังยุต อรรถกถาขันธวารวรรค คัมภีร์สังยุตตนิกาย ชื่อสารัตถปกาสินี จบบริบูรณ์ด้วยประการฉะนี้ จบ อรรถกถาสังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค รวมพระสูตรที่มีในสังยุตนี้ คือ ๑. สมาธิสมาปัตติสูตร ๒. ฐิติสูตร ๓. วุฏฐานสูตร ๔. กัลลิตสูตร ๕. อารัมมณสูตร ๖. โคจรสูตร ๗. อภินีหารสูตร ๘. สักกัจจการีสูตร ๙. สาตัจจการีสูตร ๑๐. สัปปายการสูตร . จบ ขันธวารวรรคสังยุต รวมวรรคที่มีในขันธวารวรรคสังยุตนี้ คือ ๑. นกุลปิตุวรรค ๒. อนิจจวรรค ๓. ภารวรรค ๔. นตุมหากวรรค ๕. อัตตทีปวรรค รวม ๕ วรรค เรียกว่ามูลปัณฌาสก์ ๖. อุปายวรรค ๗. อรหันตวรรค ๘. ขัชชนียวรรค ๙. เถรวรรค ๑๐. ปุปผวรรค รวม ๕ วรรค พระสัมพุทธเจ้าผู้ฉลาดทรงประกาศว่า เป็นมัชฌิมปัณณาสก์ ๑๕. อันตวรรค ๑๒. ธรรมกถิกวรรค ๑๓. อวิชชาวรรค ๑๔. กุกกุฬวรรค ๑๕. ทิฏฐิวรรครวม ๕ วรรค ท่านเรียกว่า จุลลปัณณาสก์ และเรียกว่า เป็นนิบาต. ในขันธวารวรรคมี ๑๓ สังยุต คือ ๑. ขันธสังยุต ๒. ราธสังยุต ๓. ทิฏฐิสังยุต ๔. โอกกันติสังยุต ๕. อุปปาทสังยุต ๖. กิเลสสังยุต ๗. สารีปุตตสังยุต ๘. นาคสังยุต ๙. สุปัณณสังยุต ๑๐. คันธัพพกายสังยุต ๑๐. วลาหกสังยุต ๒. วัจฉ- โคตตสังยุต ๑๓. สมาธิสังยุต ฉะนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน