เล่มที่ 27

พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า พระธ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 326


เนื้อหา

ว่าด้วยเหตุที่เรียกว่า พระธรรมกถึก กรุงสาวัตถี. ภิกษุนั้นนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ที่เรียกว่า พระธรรมกถึก พระธรรมกถึก ดังนี้ ภิกษุชื่อว่าเป็น พระธรรมกถึก ด้วย เหตุเพียงเท่าไร ชื่อว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมด้วยเหตุ เพียงเท่าไร ชื่อว่าเป็นผู้ได้บรรลุ นิพพาน ในปัจจุบัน ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ? พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสตอบว่า ดูก่อนภิกษุ หากว่าภิกษุแสดง ธรรม เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไซร้ ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ธรรมกถึก หากว่าภิกษุเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความคลายกำหนัด เพื่อความดับ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไซร้ ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หากว่าภิกษุเป็นผู้หลุดพ้นแล้ว เพราะเบื่อหน่าย เพราะคลายกำหนัด เพราะดับ เพราะไม่ถือมั่นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไซร้ ควรจะเรียกว่า ภิกษุผู้ได้บรรลุ นิพพานในปัจจุบัน. ใน ธรรมกถิกสูตรที่ ๒ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสการวิสัชนา คำถามทั้ง ๓ ไว้ ๓ ข้อ. ว่าด้วยเครื่องจองจำ คือขันธ์ ๕ กรุงสาวัตถี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้ไม่ได้ สดับแล้วในโลกนี้ ไม่ได้เห็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ฯลฯ ไม่ได้รับแนะนำ ใน สัปปุริสธรรม ย่อมตามเห็นรูปโดยความเป็น อัตตา เห็น อัตตา ว่า มี รูป เห็น รูปในอัตตา หรือเห็น อัตตาในรูป ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับแล้ว เป็นผู้ถูกเครื่องจำคือ รูป จำไว้แล้ว เป็นผู้ถูกเครื่องจำทั้งภายในทั้งภายนอกจำไว้แล้ว เป็นผู้มองไม่เห็นฝั่งนี้ เป็นผู้มองไม่เห็นฝั่งโน้น ย่อมแก่ทั้ง ๆ ที่ถูกจำ ย่อมตายทั้ง ๆ ที่ถูกจำ ย่อมไปจากโลกนี้สู่โลกหน้าทั้ง ๆ ที่ถูกจำ ย่อมตามเห็น เวทนา...


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน