พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงจำแนกกายานุปัสสนา ด้วยอำนาจปฏิกูล...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 654


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงจำแนกกายานุปัสสนา ด้วยอำนาจปฏิกูลมนสิการอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรงจำแนกด้วยอำนาจ การมนสิการถึงธาตุ จึงตรัสคำมีอาทิว่า ปุน จปรํ ไว้. ในคำเหล่านั้น มีการพรรณนาความพร้อมกับคำอุปมาเป็นการเปรียบเทียบกัน ดังนี้ :- คนฆ่าวัวลางคนหรือลูกมือของเขาที่เป็นลูกจ้าง ฆ่าวัวแล้ว ชำแหละ แล้ว ต้องแบ่งแยกออกเป็นส่วน ๆ นั่ง (ขาย) อยู่ที่ทาง ๔ แพร่ง ๑. ปาฐะว่า ปกฺขิตนานาวิธชญฺํ ฉบับพม่าเป็น ปกฺขิตฺตนานาวิธธญฺสฺส แปลตามพม่า. กล่าวคือที่ท่ามกลางถนนใหญ่ ที่แยกไป ๔ ทิศ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น เหมือนกัน พิจารณากาย ตามที่สถิตอยู่แล้วโดยอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง แห่งอิริยาบถทั้ง ๘ และตามที่ดำรงอยู่แล้ว เพราะตามที่ได้ทั้งปณิธานไว้ อย่างนี้ว่า มีอยู่ในกายนี้ (คือ) ธาตุดิน ฯ ล ฯ ธาตุลม. มีพุทธาธิบายไว้ว่า :- คนฆ่าโค เมื่อกำลังเลี้ยงโคก็ดี กำลังจูงไป สู่ที่ฆ่าสัตว์ก็ดี ครั้นจูงไปแล้วกำลังผูกให้ยืนอยู่ที่นั้นก็ดี กำลังฆ่าก็ดี กำลังดูวัวที่เขาฆ่าแล้วก็ดี ความหมายรู้ว่า แม่โค ยังไม่จางหายไป ตลอดเวลาที่ยังไม่ชำแหละแม่โคนั้นแบ่งแยกออกเป็นส่วน ๆ แต่ครั้นนั่ง แบ่ง (เนื้อ) แล้ว ความหมายรู้ว่า แม่โค ก็จะจางหายไป, ความหมาย รู้ว่า เนื้อ ก็จะเป็นไปเข้ามาแทนที่ เขาจะไม่มีความคิดอย่างนี้ว่า เราขาย แม่โค เขาเหล่านี้ซื้อแม่โค, โดยที่แท้แล้ว เขาจะมีความคิดอย่างนี้เท่า นั้นว่า เราขายเนื้อ เขาเหล่านี้ซื้อเนื้อ ฉันใด. ในเวลาที่ภิกษุแม้รูปนี้ยัง เป็นพาลปุถุชนอยู่ก่อนก็เช่นนั้นเหมือนกัน ความหมายรู้ว่าสัตว์หรือบุคคล ของท่านผู้เป็นคฤหัสถ์ก็ดี ผู้บวชแล้วก็ดี ยังไม่อันตรธานไป ตลอดเวลาที่ ยังไม่ได้ทำกายนี้นั้นเอง ตามที่สถิตอยู่แล้ว ตามที่ตั้งอยู่แล้วให้เป็นการ แยกออกไปจากก้อนแล้วเห็นโดยเป็นธาตุ แต่เมื่อท่านพิจารณาเห็นอยู่ โดยเป็นธาตุ สัตตสัญญา (ความหมายรู้ว่าสัตว์) ของท่านก็จะอันตรธาน ไป จิตจะตั้งอยู่ด้วยอำนาจของธาตุนั้นเอง.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน