พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงจำแนก กายานุปัสสนา ด้วย อำนาจแห่ง...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 653


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงจำแนก กายานุปัสสนา ด้วย อำนาจแห่ง สัมปชัญญะ ๔ ประการดังพรรณนานี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะทรง จำแนกด้วยอำนาจมนสิการ โดยเป็นของปฏิกูล จึงได้ตรัสคำมีอาทิว่า ปุน จปรํ ดังนี้ . พึงทราบวินิจฉัยใน ปฏิกูลมนสิการบรรพ ดังต่อไปนี้ :- คำใดที่จะต้องกล่าวในคำว่า อิมเมว กายํ เป็นต้น คำนั้น ทั้งหมด ๑ ได้กล่าวไว้แล้วใน กายคตาสติกรรมฐาน ในคัมภีร์ วิสุทธิมรรค โดยพิสดาร ด้วยอาการทุกอย่าง. บทว่า อุภโตมุขา ความว่า (ไถ้) ประกอบด้วยปาก ๒ ทาง คือทั้งทางล่างทั้งทางบน. บทว่า นานาวิหิตสฺส แปลว่า มีอย่างต่าง ๆ. ก็ในเรื่องนี้มีข้ออุปมาเป็นการเทียบเคียงกันดังนี้ :- อธิบายว่า กาย คือมหาภูตรูป ๔ พึงทราบว่า เหมือนไถ้มีปาก ๒ ทาง อาการ ๓๒ มีผมเป็นต้น พึงทราบว่า เหมือนธัญญชาตินานา- ชนิดที่เทปนกันในไถ้, พระโยคาวจร พึงทราบว่า เหมือนบุรุษมีตาดี, อาการปรากฏแจ่มชัดแห่งอาการ ๓๒ แก่พระโยคี พึงทราบว่า เหมือน ๑. ฉบับพม่ามีคำว่า สพฺพํ จึงแปลตามบาลีของพม่า. เวลาที่ธัญญชาตินานาชนิด ๑ ปรากฏแก่บุรุษนั้นผู้แก้ไถ้นั้นแล้ว ตรวจดู ฉะนั้น. บทว่า อิติ อชฺฌตฺตํ วา ความว่า พระโยคาวจร ชื่อว่า พิจารณา เห็นกายในกายของตน หรือในกายของผู้อื่น คือในกายของตนตามกาล (ที่เหมาะสม) หรือในกายของผู้อื่นตามกาล (ที่เหมาะสม) ด้วยการ กำหนดในผมเป็นต้น. คำต่อจากนี้ไป มีนัยดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นแหละ. จริงอยู่ใน ปฏิกูลมนสิการบรรพ นี้ สติที่กำหนดอาการ ๓๒ เป็นทุกขสัจ อย่างเดียว ผู้ศึกษาควรทำการประกอบความดังที่พรรณนามาอย่างนี้แล้ว ทราบมุขแห่งการออกไป (จากทุกข์). คำที่เหลือ (จากที่อธิบายมา แล้วนี้) เป็นเช่นกับคำก่อนนั้นเอง ดังนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน