พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑

อีกประการหนึ่ง จักษุเป็น นิสสยปัจจัย รูปเป็น อารัมมณปัจจัย อ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 640


เนื้อหา

อีกประการหนึ่ง จักษุเป็น นิสสยปัจจัย รูปเป็น อารัมมณปัจจัย อาวัชชนะเป็น อนันตรปัจจัย สมนันตรปัจจัย อุปนิสสัยปัจจัย นัตถิ- ปัจจัย และวิคตปัจจัย อาโลกะ (แสงสว่าง ) เป็น อุปนิสสยปัจจัย เวทนาเป็นต้น เป็น สหชาตปัจจัย. ในเพราะปัจจัยเหล่านั้นประจวบกัน อย่างนั้น การแลตรง และการแลซ้ายแลขวาจึงปรากฏ เมื่อการแลตรง และการแลซ้ายแลขวาปรากฏด้วยอำนาจปัจจัยอยู่นั้น แล้วจะมีใครสักคน มาแลตรง จะมีใครสักคนมาแลซ้ายแลขวาเล่า. พึงทราบ อสัมโมหสัมป- ชัญญะ แม้โดยการพิจารณา ขันธ์ อายตนะ ธาตุ และ ปัจจัย ในการแลตรง และแลซ้ายแลขวานี้ ดังที่พรรณนามานี้แล. บทว่า สมฺมิญฺชิเต ปสาริเต ได้แก่ในการคู้เข้าและเหยียดข้อพับ (ศอก, เข่า) ออกไป. บรรดาสัมปชัญญะทั้ง ๔ นั้น การไม่ทำการคู้เข้าและการเหยียด ออกไปด้วยอำนาจจิต (ความคิด) อย่างเดียว แต่พิเคราะห์ดูผลได้ผลเสีย เพราะมีการคู้เข้าและเหยียดมือหรือเท้าออกไปเป็นปัจจัยแล้ว เลือกเอาแต่ ประโยชน์ ชื่อว่า สาตถกสัมปชัญญะ ในการคู้เข้าและเหยียดออกไปนั้น พึงทราบการพิเคราะห์ถึงผลเสียอย่างนี้ว่า เมื่อเธอคู้มือหรือเท้าเข้ามาวางไว้ นาน ๆ หรือเหยียดมือหรือเท้าออกไปวางไว้นาน ๆ เวทนาจะเกิดขึ้นทุก ๆ ครั้ง. จิตก็จะไม่ได้อารมณ์เลิศอันเดียว (ไม่เป็นสมาธิ) กรรมฐานก็จะล้ม เหลว เธอจะไม่ได้บรรลุคุณวิเศษ. แต่เมื่อคู้เข้าพอเหมาะเหยียดออกไป พอดี เวทนาจะไม่เกิดขึ้น (เลย) จิตจะเป็น เอกัคคตา กรรมฐานก็จะ ถึงความเจริญ เธอจะได้บรรลุคุณวิเศษ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน