วัดหัวลำโพง
สภาพระเบียบและที่ตั้งของวัด
วัดหัวลำโพง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 728 แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2325 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2536 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. 2545 เขตที่ตั้งและอุปกรณ์ของวัด ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 17 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 1972 1973 2334 3123 และ 2419 อาณาเขตด้านทิศเหนือจดถนนสี่พระยา ทิศใต้จดทางสาธารณะ ทิศตะวันออกจดถนนพระราม 4 ทิศตะวันตก จดที่ดินเอกชน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบรูปชายธง เดิมวัดมีเนื้อที่ 20 ไร่ มอบให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 1 ไร่ 2 งาน โรงเรียนพุทธจักรวิทยา จำนวน 5 ไร่ 1 งาน บ้านพักพนักงานวัดหัวลำโพง จำนวน 3 ไร่ 2 งาน 83 ตารางวา ปัจจุบันเหลือเนื้อที่ทั้งหมด 9 ไร่ 2 งาน 17 ตารางวา วัดหัวลำโพงตั้งอยู่ใจกลาง เมืองของกรุงเทพมหานคร มีอาคารเสนาสนะที่สวยงามและเป็นระเบียบ มีการคมนาคมที่สะดวก
ความเป็นมา
วัดหัวลำโพงเดิมชื่อ "วัดวัวลำพอง" ไม่ปรากฏหลักฐานนามผู้สร้าง สันนิษฐานว่าคงสร้างในสมัยต้น กรุงรัตนโกสินทร์ ประมาณรัชกาลที่ 1 - 3 โดยอาศัยหลักฐานจากรูปทรงของพระอุโบสถและเจดีย์ที่ตั้งอยู่หลัง พระอุโบสถซึ่งยังคงเหลือโครงสร้างให้เห็นอยู่ขณะนี้ ความเป็นมาของวัดผู้รู้ได้ประมวลจากการกล่าวเล่าขานว่าในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาถูกพม่า ทำลายเผาผลาญบ้านเรือนตลอดจนวัดวาอาราม จนในที่สุดได้เสียกรุงแก่พม่าเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2310 ราษฎรได้อพยพครอบครัวลงมาทางใต้ นำทรัพย์สินและวัวควายติดตามมาด้วยเท่าที่สามารถจะนำมาได้ ได้อพยพลงมาจนถึงบริเวณที่ตั้งวัดหัวลำโพง เห็นว่าเป็นทำเลที่เหมาะสม พืชพันธุ์ไม้เขียวชอุ่มเป็นที่ดินไม่มีเจ้า ของและมีคลองเชื่อมโยงสะดวกในการสัญจรไปมา สัตว์ในแม่น้ำซุกชุม เช่น กุ้ง ปลา จึงได้ตั้งถิ่นฐานและจับ จองที่ดินเพื่อทำมาหากินเลี้ยงชีพ ต่อมาจึงได้สร้างวัดขึ้นเพื่อประกอบพิธีศาสนกิจและตั้งชื่อวัดว่า "วัดวัวลำพอง" โดยสันนิษฐานว่าคงจะตั้งตามชื่อหมู่บ้าน
ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสร้างทางรถไฟขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย สายกรุงเทพ - นครราชสีมา สถานีต้นทางอยู่ที่กรุงเทพมหานครพระราชทานนามร "สถานีหัวลำโพง" ซึ่งห่างจากวัดวัวลำพองประมาณ 2 กิโลเมตร ในปี พ.ศ. 2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชทานผ้าพระกฐินในวันเดียวถึง 3 วัด คือ วัดสามจีน (วัดไตรมิตรวิทยาราม) วัดวัวลำพอง (วัดหัวลำโพง) วัดสระปทุม (วัดปทุมวนาราม) ในการเสด็จทอดผ้าพระกฐินที่วัดวัวลำพองครั้งนั้น ได้ทรงโปรดเกล้าพระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดหัวลำโพง" โปรดเกล้าให้เลื่อนสมณศักดิ์เจ้าอาวาส คือ พระสิงห์ ซึ่งเป็นพระวิปัสสนาธุระเป็นที่ "พระครูญาณมุนี" ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีแก่ปีาวัดและราษฎรในท้องถิ่นนั้น ทำให้วัดมีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเพราะพระเมตตาคุณ พระกรุณาธิคุณ พระมุทิตาคุณ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ปิยมหาราช) วัดหัวลำโพงเป็นวัดที่มีความสำคัญด้านจิตใจของพุทธศาสนิกชนมาโดยตลอด
เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันมีสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรและพระอุปัชฌาย์ มีพุทธศาสนิกชนบำรุงวัดประมาณ 1,500 คน ในวันธรรมสวนะและวัดอุโบสถ มีประชาชนประกอบศาสนกิจเฉลี่ยประมาณ 300 คน
ทรัพย์สินที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 9 ไร่ 2 งาน 17 ตารางวา ส่วนสิ่งปลูกสร้างมีดังนี้
อุโบสถ จำนวน 1 หลัง ทรงไทยจตุรมุข สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูกระเบื้องหินอ่อน ขนาดกว้าง 32.09 เมตร ยาว 57.85 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 80,000,000 บาท
โรงเรียนปริยัติธรรมทรงไทย 3 ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 16.60 เมตร ยาว 36.40 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 6,348,846 บาท
พระเจดีย์เก่าต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จำนวน 1 องค์ กว้าง 7.50 เมตร ยาว 7.50 เมตร
ศาลาทรงไทยบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 9 เมตร ยาว 13 เมตร (ศาลา 10) ค่าก่อสร้างประมาณ 685,320 บาท
ศาลาทรงไทยบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 8 เมตร ยาว 13 เมตร (ศาลา 4) ค่าก่อสร้างประมาณ 676,320 บาท
ศาลาทรงไทยบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 6.85 เมตร ยาว 12.85 เมตร (ศาลา 6) ค่าก่อสร้างประมาณ 435,200 บาท
ศาลาทรงไทยบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 6.15 เมตร ยาว 13.65 เมตร (ศาลา 8) ค่าก่อสร้างประมาณ 445,250 บาท
เมรุใหม่ซึ่งทันสมัยและถูกต้องตามหลักวิชาการ 1 หลัง ค่าก่อสร้างประมาณ 3,018,000 บาท
ศาลาทรงไทย ก่ออิฐถือปูน พื้นหินขัด กว้าง 9 เมตร ยาว 16.40 เมตร ติดแอร์ (ศาลา 9) ค่าก่อสร้างประมาณ 1,500,000 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 10.85 เมตร ยาว 17.80 เมตร (ศาลา 7) ค่าก่อสร้าง ประมาณ 1,000,000 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย ก่ออิฐถือปูน กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 11) ค่าก่อสร้าง ประมาณ 600,000 บาท
ตึกสุทธาวาส สูง 4 ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 16.20 เมตร ยาว 26.70 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 3,285,483 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย ก่ออิฐถือปูน กว้าง 9.50 เมตร ยาว 18 เมตร (ศาลา 5) ค่าก่อสร้าง ประมาณ 2,326,500 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศล ก่ออิฐถือปูน กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 11) ค่าก่อสร้างประมาณ 600,000 บาท
กุฏิสงฆ์ 1 หลัง ลักษณะเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ทรงไทย ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว 28 เมตร (กุฏิปุสสนาครังสรรค์) ค่าก่อสร้างประมาณ 1,265,028 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย ก่ออิฐถือปูน กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 14) ค่าก่อสร้าง ประมาณ 760,527 บาท
กุฏิสงฆ์ทรงไทย 2 ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏินครเขตบริรักษ์ 1 (กุฏิเจ้าอาวาส) กว้าง 15 เมตร ยาว 17.85 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 2,000,000 บาท
ศาลาทรงไทยพื้นหินอ่อน ก่ออิฐถือปูน กว้าง 14 เมตร ยาว 16 เมตร ติดแอร์ (ศาลา 3) ค่าก่อสร้างประมาณ 4,800,000 บาท
กุฏิสงฆ์ทรงไทย 2 ชั้น 26 ห้อง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 8 เมตร ยาว 39.30 เมตร (กุฏินครเขตบริรักษ์ 2) ค่าก่อสร้างประมาณ 2,451,824 บาท
กุฏิสงฆ์ทรงไทย 2 ชั้น 18 ห้อง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 8 เมตร ยาว 24.30 เมตร (กุฏินครเขตบริรักษ์ 3) ค่าก่อสร้างประมาณ 1,606,333 บาท
ศาลาทรงไทยจตุรมุข สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 16.40 เมตร ยาว 25 เมตร (ศาลา 15) ค่าก่อสร้างประมาณ 4,000,000 บาท
กฎิวิชิตประชาสรรค์ (กุฎิผู้ช่วยเจ้าอาวาส) สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 10.40 เมตร ยาว 12.40 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 1,034,340 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 23.45 เมตร ยาว 24.40 เมตร (ศาลายูอี) ค่าก่อสร้างประมาณ 3,500,000 บาท
สร้างห้องน้ำ 16 ห้อง และปรับปรุงห้องน้ำทุกศาลา ค่าก่อสร้างประมาณ 1,308,307 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 15.40 เมตร ยาว 22 เมตร (ศาลา 2) ค่าก่อสร้างประมาณ 7,000,000 บาท
อนุสาวรีย์พระราชวิสุทธิโมลี ค่าก่อสร้างประมาณ 900,000 บาท
หอระฆังทรงไทยจตุรมุข กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 554,143 บาท
ศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 16) ค่าก่อสร้างประมาณ 5,000,000 บาท
วิหารทรงไทยจตุรมุข กว้าง 9.50 เมตร ยาว 9.50 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 3,500,000 บาท
อาคารเก็บพัสดุ 2 ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 4 เมตร ยาว 16 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 294,540 บาท
ปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ
เจดีย์สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 1 องค์
พระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัย เนื้อปูนลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 43 นิ้ว สูง 180 เซนติเมตร
พระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางห้ามสมุทร สร้างในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ เนื้อทองสำริด สูง 2.39 เมตร
พระพุทธรูปปางสดุ้งมาร เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 32 นิ้ว ประดิษฐานที่ตึกสุทธาวาส
พระสังกัจจายน์ เนื้อทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 31 นิ้ว สูง 166 เซนติเมตร ประดิษฐานหน้าวิหาร
พระพุทธรูปปางมาริวิชัย เนื้อทองสำริดลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้าง 24 นิ้ว สูง 110 เซนติเมตร
รูปภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติภายในอุโบสถ
รูปภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติในวิหาร
ตู้พระไตรปิฎกเนื้อไม้แกะสลัก จำนวน 6 ชุด
ธรรมมาสน์บุษบก 1 หลัง สร้างด้วยไม้แกะสลักประดับกระจัง
การบูรณะและปฏิสังขรณ์ ได้ก่อสร้างบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัดและปรับปรุงสุสานฌาปนสถานมาโดยตลอด
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 13 เมตร (ศาลา 10) ค่าก่อสร้างประมาณ 685,320 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 8 เมตร ยาว 13 เมตร (ศาลา 4) ค่าก่อสร้างประมาณ 685,320 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 6.85 เมตร ยาว 12.85 เมตร (ศาลา 6) ค่าก่อสร้างประมาณ 435,200 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 6.15 เมตร ยาว 13.65 เมตร (ศาลา 8) ค่าก่อสร้างประมาณ 3,018,000 บาท
สร้างศาลาทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 16.40 เมตร (ศาลา 9) ค่าก่อสร้างประมาณ 1,500,000 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 10.85 เมตร ยาว 17.80 เมตร (ศาลา 7) ค่าก่อสร้างประมาณ 1,000,000 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 11) ค่าก่อสร้างประมาณ 600,000 บาท
สร้างตึกสุทธาวาส สูง 4 ชั้น กว้าง 16.20 เมตร ยาว 26.70 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 3,285,483 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9.50 เมตร ยาว 18 เมตร (ศาลา 5) ค่าก่อสร้างประมาณ 2,326,500 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 12) ค่าก่อสร้างประมาณ 600,000 บาท
ปรับปรุงกุฏิปุสสนาครังสรรค์ กว้าง 9 เมตร ยาว 28 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 265,028 บาท
สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร (ศาลา 14) ค่าก่อสร้างประมาณ 760,527 บาท
สร้างกุฏิทรงไทย 2 ชั้น กุฏินครเขตบริรักษ์ 1 (กุฏิเจ้าอาวาส) กว้าง 15 เมตร ยาว 17.85 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 2,000,000 บาท
สร้างศาลาทรงไทยพื้นหินอ่อน กว้าง 14 เมตร ยาว 16 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 4,800,000 บาท
สร้างกุฏิทรงไทย 2 ชั้น 26 ห้อง กว้าง 8 เมตร ยาว 39.30 เมตร กุลินครเขตบรรักษ์ 2 ค่าก่อสร้างประมาณ 2,451,824 บาท
สร้างกุฏิทรงไทย 2 ชั้น 18 ห้อง กว้าง 8 เมตร ยาว 24.30 เมตร กุฏินครเขตบริรักษ์ 3 ค่าก่อสร้างประมาณ 1,606,333 บาท
สร้างศาลาทรงไทยจตุรมุข กว้าง 16.40 เมตร ยาว 25 เมตร (ศาลา 5)
สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรมทรงไทย 3 ชั้น กว้าง 16.60 เมตร ยาว 36.40 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 6,348,846 บาท
สร้างกุฏิวิชิตประชาสรรค์ (กุฏิผู้ช่วยเจ้าอาวาส) กว้าง 10.40 เมตร
ยาว 12.40 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 1,034,340 บาท ปรับปรุงศาลายูอี กว้าง 23.45 เมตร ยาว 24.40 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 3,500,000 บาท สร้างห้องน้ำ 16 ห้อง และปรับปรุงห้องน้ำทุกศาลา ค่าก่อสร้างประมาณ 1,308,307 บาท สร้างโต๊ะหมู่บูชามุกหมู่ 9 จำนวน 5 ชุด สิ้นเงินประมาณ 540,000 บาท สร้างธรรมมาสน์มุกชุดเล็ก จำนวน 2 ชุด สิ้นเงินประมาณ 100,000 บาท สร้างเก้าอี้รับแขกไม้สักแกะสลัก 60 ตัว สิ้นเงินประมาณ 66,000 บาท เก้าอี้ประทับสมเด็จพระสังฆราชไม้สักแกะสลัก สิ้นเงินประมาณ 36,000 บาท สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 15.40 เมตร ยาว 22 เมตร (ศาลา 2) ค่าก่อสร้าง ประมาณ 7,000,000 บาท สร้างชุดรับแขกมุก 3 ชุด สิ้นเงินประมาณ 300,000 บาท สร้างอนุสาวรีย์พระราชวิสุทธิโมลี (ขาว ปุสสนาโค) ค่าก่อสร้างประมาณ 900,000 บาท สร้างหอระฆัง กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 554,143 บาท ปรับปรุงลานวัดเป็นพื้นคอนกรีต สิ้นเงินประมาณ 800,000 บาท สร้างศาลาบำเพ็ญกุศลทรงไทย กว้าง 9 เมตร ยาว 14 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 5,000,000 บาท สร้างวิหารทรงไทยจตุรมุข กว้าง 9.50 เมตร ยาว 9.50 เมตร ค่าก่อสร้างประมาณ 3,500,000 บาท
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดหัวลำโพง จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมตั้งแต่ พ.ศ. 2484 จัดการศึกษาแผนกบาลี พ.ศ. 2531 การเผยแพร่พระพุทธศาสนาต่อไปนี้ จัดแสดงพระธรรมเทศนาปาฐกถาธรรมทุกวันธรรมสวนะโดยพระภิกษุสามเณรเปรียญผู้ทรงคุณวุฒิ 2. จัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนา และปฏิบัติธรรมกรรมฐานแก่ประชาชนทั่วไป ทุกวันอาทิตย์ที่ ของทุกเดือน ณ ตึกสุทธาวาส ชั้น 3 โดยพระสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิทางปฏิบัติธรรมให้คำแนะนำสั่งสอน 3. เป็นศูนย์กลางในการจักกิจกรรม เพื่อแสดงตนเป็นพุทธมามกะของนักเรียนโรงเรียนวัดหัวลำโพง และพุทธจักรวิทยา 4. เป็นศูนย์กลางในการประสานงานต่าง ๆ ของคณะสงฆ์ในกรุงเทพมหานคร 5. จัดให้มีการเรียนบาลีสำหรับพระภิกษุสามเณร โดยได้เปิดสอนตั้งแต่ประโยค 1 - 2 จนถึงเปรียญ ธรรม 6 ประโยค 6. จัดให้มีการเรียนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พระนวกะ นักธรรมตรี จนถึงนักธรรมเอก 7. จัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 8. จัดส่งพระภิกษุเข้ารับการอบรมครูพระสอนศีลธรรม ตามโครงการของคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ร่วมกับผู้บริหารการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร ตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะ ในวัดที่มีโรงประถมศึกษาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของวัด 9. เขียนประกาศเชิญชวนประชาชน และพุทธศาสนิกชนให้มาทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม เทศนา ละอบายมุข เนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น พิธีบำเพ็ญกุศลถวายพระพรชัยมงคลเนื่องในวัน สำคัญวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนาง เจ้าพระบรมราชินีนาถ เป็นประจำทุกปี 10. จัดส่งพระภิกษุสามเณรนวกะ เข้ารับการอบรมในระหว่างไตรมาส 3 เดือน ตามโครงการของคณะ สงฆ์กรุงเทพมหานคร ที่วัดหัวลำโพง 11. อบรมศีลธรรมนักเรียน โรงเรียนพุทธจักรและโรงเรียนวัดหัวลำโพง โดยจัดส่งพระภิกษุสามเณรไป สอนวิชาพระพุทธศาสนา ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
การดำเนินการด้านสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์
วัดหัวลำโพงได้ดำเนินการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและการสงเคราะห์ ดังนี้
จัดบริการที่พักอาศัยให้แก่พระภิกษุสามเณรที่มาปฏิบัติธรรม ศึกษาธรรม - บาลี ตลอดจนให้บริการ ที่พักอาศัยแก่นักเรียน นักศึกษา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ห่างไกล และให้บริการที่พักแก่ประชาชนทั่วไป
ให้บริการในการจัดงานศพ งานประเพณีทำบุญต่าง ๆ เช่น ประเพณีงานศพ โดยให้บริการสถานที่ วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอดจนการประกอบศาสนพิธีและสาธารณูปโภคอื่น ๆ
ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณร และเยาวชน เพื่อให้พระภิกษุสามเณรและเยาวชนได้มีโอกาส เข้าศึกษาในระดับสูง
เป็นศูนย์กลางในการประสานงานเพื่ออนุเคราะห์แก่วัด และโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงและห่างไกลและ ขาดแคลนสาธารณูปโภค
เป็นศูนย์กลางในการประสานงานเพื่ออนุเคราะห์ผู้ประสบภัยต่าง ๆ เช่น อัคคีภัย วาตภัย และอุทกภัย
จัดบริการให้ยืมวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์เกี่ยวกับการจัดงานศาสนพิธีต่าง ๆ แก่หน่วยงาน ราชการ และเอกชนทั่วไป
จัดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ และพัฒนาอาคารเสนาสนะ และบริเวณภายในวัดหัวลำโพงให้มั่นคง แข็งแรง และสง่างามอยู่ตลอดเวลา
สงเคราะห์ผู้ที่อนาถาที่มาบำเพ็ญกุศลภายในวัดโดยตลอด
การส่งเสริมการศึกษา
จัดมอบทุนการศึกษาให้แก่พระภิกษุสามเณรที่สอบนักธรรมและบาลีได้ ในนามวัดหัวลำโพงทุก ๆ ปี
ได้จัดตั้งทุนสงเคราะห์นิวิฐกิจจาภรณ์ เป็นค่าอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนในต่างจังหวัด
ทุนละ 1,500 บาท จำนวน 123 ทุน ทุกปี ได้จัดให้มีการแจกทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย แต่ยากจนแก่นักเรียน ในเขตบางรัก ทุนละ 1,000 บาท จำนวน 120 ทุน กิจกรรมพิเศษ
ช่วยงานคณะสงฆ์ โดยการจัดอาหารไปถวายพระอุปัชฌาย์ที่มาอบรมวัดสามพระยา จนถึงปัจจุบัน เป็นกำลังสำคัญในการจัดประชุมพระสังฆาธิการในกรุงเทพมหานคร ทุกครั้งที่วัดหัวลำโพง
เป็นประธานรุ่นที่ 1 ในการเข้าอบรมเจ้าอาวาสสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าอาวาสยังไม่ครบ 3 ปี ณ วัดเฉลิม พระเกียรติ จังหวัดนนทบุรี
ร่วมกับคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร จัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันวิสาขบูชา ณ มณฑล พิธีท้องสนามหลวง
เป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างศาลาบำเพ็ญกุศลวัดหนองบัว จังหวัดอุทัยธานี
เป็นกรรมการจัดหาทุนสร้างอุโบสถวัดหนองบัว จังหวัดอุทัยธานี
เป็นประธานจัดหาทุนสร้างอุโบสถหลังใหม่ของวัดหัวลำโพง
การบริหารและการปกครอง
วัดหัวลำโพงโดยมีพระครูนิวิฐกิจจาภรณ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้แต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่าย วิชาการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายสาธารณูปการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายเผยแพร่พระพุทธศาสนาและมีคณะกรรมการ การบริหารวัด 1 ระวัติวัดทั่วราชอาณาจักร
ทำเนียบเจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง 5. 6 7. 8. 9. 10 นาม ท่านสมภารมาก ท่านสมภารแดง ท่านสมภารแฟง ท่านพระครูญาณมุนี (สิงห์) ท่านพระครูวินัยธร (ปัด) ท่านพระครูสมุห์พุฒ ท่านพระมหายวง ย้ายมาจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ พระราชวิสุทธิโมลี (ขาว ปุสสนาโค) ย้ายมาจากวัด มหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ พระครูนครเขตบริรักษ์ (สุวิทย์ จิตวิชโซ M.A.) พระครูนิวิฐกิจจาภรณ์ (นรินทร์ นรินโท ป.ธ.3)
ระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2361 - 2382
พ.ศ. 2383 - 2440
พ.ศ. 2401 - 2415
พ.ศ. 2416 - 2435
พ.ศ. 2436 - 2454
พ.ศ. 2455 - 2475
พ.ศ. 2476 - 2480
พ.ศ. 2481 - 2522
พ.ศ. 2523 - 2534
พ.ศ. 2535 - ปัจจุบัน ความสำคัญของวัดหัวลำโพง
วัดหัวลำโพงเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในย่านใจกลางเมือง ซึ่งอยู่ติดกับถนนใหญ่ เป็นวัดที่ได้มีพระเจ้าอยู่หัว คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จมาทอดผ้าพระกฐิน
วัดหัวลำโพงเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางการทำงานของคณะสงฆ์ ศูนย์กลางการปฏิบัติธรรม ศูนย์กลางการศึกษา ศูนย์กลางการประกอบศาสนพิธีของคณะสงฆ์ และประชาชนในเขตบางรักมาตลอด
ในส่วนศิลปะมีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่เป็นศิลปะอันน่าศึกษา เช่น ภาพจิตกรรมฝาผนังภายใน อุโบสถ พระพุทธรูปสร้างในสมัยลพบุรี กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนปลาย ปางมารวิชัย ปางห้ามสมุทร ปางดีดน้ำมนต์ พระพุทธบาทจำลอง ฯลฯ
วัดหัวลำโพง เป็นที่ตั้งของสำนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลี ซึ่งเป็นสำนักเรียนที่มีประสิทธิภาพในด้านการสอนการอบรมเป็นอย่างดียิ่ง โดยได้ผลิตพระภิกษุสามเณรที่เป็นเปรียญออกไปค้ำจุน และเผยแพร่พระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก
วัดหัวลำโพง เป็นศูนย์กลางการประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ และเป็นศูนย์กลางในการอบรมขัดเกลาเพื่อพัฒนาจิตใจประชาชนเป็นเวลานานและในปัจจุบันวัดหัวลำโพงก็มีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง