วัดแจ้งแสงอรุณ
สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด วัดแจ้งแสงอรุณเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 1301 ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2422 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2545
เขตที่ตั้งและอุปจาระของวัด ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 10933 อาณาเขตด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกจดถนนสาธารณะ ทิศใต้จดถนนรอบเมือง ทิศตะวันตกจดถนนสุขเกษม พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบตั้งอยู่ใจกลางเมือง อาคารเสนาสนะมีความเป็นระเบียบสวยงาม อาณาบริเวณภายในวัดมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นและไม้ประดับ มีการคมนาคมที่สะดวกโดยใช้เส้นทางถนนรอบเมืองและถนนสุขเกษม
ความเป็นมา วัดแจ้งแสงอรุณ เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดสกลนคร ราษฎรเรียกกันว่า "วัดแจ้ง" เพราะตั้งอยู่ใจกลาง เมื่อมีอากาศปลอดโปร่ง ผู้สร้างวัด คือ พระยาประจันตประเทศธานี ศรีสกลนครานุรักษ์อรรคเดโชอภัยพิริยา กรมพาหุ (โง่นคำ) ต้นตระกูล พรหมสาขา ณ สกลนคร การก่อสร้างในสมัยแรกสร้างกุฏิหมู่ 5 หลัง แบบศิลปะ ไทยลาวโบราณ เป็นอาคารไม้ทั้ง 5 หลัง ปัจจุบันได้รื้อกุฏิหมู่ดังกล่าวเนื่องจากสภาพชำรุดทรุดโทรมมาก ได้ก่อ สร้างอุโบสถและศาลาการเปรียญ แบบศิลปไทยลาวโบราณซึ่งต่อมาได้ถูกรื้อทิ้งโดยนำไม้ไปสร้างกุฏิสงฆ์แทน ท่านพระยาประจันตประเทศธานีได้ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ. 2461 ได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ท่านไว้ที่วัดแจ้งแสง อรุณ ประมาณปี พ.ศ. 2470 ช้างเจ้าเมืองได้ตกมันอาละวาดภายในวัด อาคารเสนาสนะได้รับความเสียหาย เป็นเหตุให้หลวงสกลนครเลขานุการได้รับบาดเจ็บและถึงแก่กรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ข้างตระกูลเจ้าเมืองได้ตก มันทำลายอาคารบ้านเรือนราษฎรชาวญวนได้รับความเสียหาย
ในช่วงนั้นวัดได้ขาดการทำนุบำรุงจากราษฎร อาคารเสนาสนะจึงได้ทรุดโทรมลงอย่างมาก วัดแทบจะไม่มีพระสงฆ์และสามเณรอยู่จำพรรษา จนมาในสมัย พระสุรสีห์ กิตติโสภโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี พ.ศ. 2520 วัดจึงได้รับการพัฒนาเจริญมากขึ้นจนเป็นวัด พัฒนาตัวอย่างเมื่อปี พ.ศ. 2539 ได้รับการยกย่องเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น จากกรมการศาสนา เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้รับพัดยศและประกาศนียบัตรจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกปฏิบัติ การแทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก วัดแจ้งแสงอรุณ มีราษฎรบำรุงวัด ประมาณ 1,000 คน ในวัดธรรมสวนะและวันอุโบสถ มีราษฎรประกอบศาสนกิจเฉลี่ยครั้งละประมาณ 500 - 600 คน วัดแจ้งแสงอรุณมีรายได้จากการบริจาคปีละประมาณ 500,000 บาท รายได้จากศาสนสมบัติของวัดปี ละประมาณ 230,000 บาท
ทรัพย์สิน ที่ดินตั้งวัด เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา ส่วนสิ่งปลูกสร้างมีดังนี้
อุโบสถสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย กว้าง 8 เมตร ยาว 21.75 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513 ค่าก่อสร้างประมาณ 1,450,000 บาท
ศาลาการเปรียญ จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 18 เมตร ยาว 50 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2537 ค่าก่อสร้างประมาณ 8,000,000 บาท
โรงเรียนพระปริยัติธรรม จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 12 เมตร ยาว 45 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 ค่าก่อสร้างประมาณ 10,000,000 บาท
กุฏิสงฆ์ จำนวน 5 หลัง
4.1 กุฏิศรีวิไล สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2523 ค่าก่อสร้างประมาณ 500,000 บาท
4.2 กุฏิเขินทองอนุสรณ์ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2531 ค่าก่อสร้างประมาณ 250,000 บาท
4.3 กุฏิคุณยายแก้ว อุปพงษ์ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2532 ค่าก่อสร้างประมาณ 250,000 บาท
4.4 กุฏิศูนย์ครูพระปริยัตินิเทศน์ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 8 เมตร ยาว 16 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2536 ค่าก่อสร้างประมาณ 400,000 บาท
4.5 กุฏิแช่คึงอนุสรณ์ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย กว้าง 6 เมตร ยาว 36 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 ค่าก่อสร้างประมาณ 1,700,000 บาท 5. โรงครัว จำนวน 1 หลัง กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ค่าก่อสร้างประมาณ 200,000 บาท
อนุสาวรีย์พระยาประจันตประเทศธานี ศรีสกลนครานุรักษ์อรรคเดโชอภัยพิริยากรมพาหุ (โง่นคำ)
ห้องน้ำ - ห้องสุขา 2 หลัง จำนวน 25 ห้อง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ค่าก่อสร้างประมาณ 550,000 บาท ปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระพุทธรูปโบราณ จำนวน 6 องค์
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
วัดแจ้งแสงอรุณ ได้จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและบาลี ตั้งแต่ พ.ศ. 2537 ทางวัดจัดการเผยแพร่พระพุทธศาสนาโดยจัดกิจกรรมวัดสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสภ์หบูชา ตลอดจนเผยแพร่ข่าวสารทางด้านพุทธศาสนา จัดห้องสมุดให้ประชาชนได้อ่านและค้นคว้าด้านพุทธศาสนา
จัดให้มีการแสดงพระธรรมเทศนา เชิญชวนพุทธศาสนิกชนทำบุญสวดมนต์ เจริญภาวนาและรักษาศีลตลอดจนละเว้นอบายมุข จัดให้มีการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน
ทางวัดดำเนินการเกี่ยวกับการสาธารณสงเคราะห์ คือ สงเคราะห์ผู้ยากไร้และผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยแจกผ้าห่มและอาหารแห้งปีละ 300 คน
ปี พ.ศ. 2539 ได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งอุปกรณ์ให้สำนักงานศึกษาธิการอำเภอเมืองจังหวัดสกลนคร จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 50,000 บาท
ปี พ.ศ. 2540 ได้จัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมทั้งอุปกรณ์ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสกลนครจำนวน 2 เครื่อง มูลค่า 100,000 บาท
ปี พ.ศ. 2542 ได้จัดหาวัสดุครุภัณฑ์สำหรับห้องทำงานในโรงเรียนให้กับโรงเรียนดงมะไฟวิทยา อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร มูลค่า 50,000 บาท
นอกจากนั้นวัดแจ้งแสงอรุณ ยังได้เอื้อเฟื้อสถานที่ให้ส่วนราชการและเอกชนมาใช้สถานที่จัดประชุมสัมมนา โดยไม่คิดค่าตอบแทน ทางวัดยังให้สถานที่จัดพิธีงานบวช จัดพิธีงานศพและงานส่งเสริมประเพณีไทยบทบาทต่อสังคมและด้านศาสนา
วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2540 เป็นเจ้าภาพจัดรับสัญญาบัตรพัดยศแก่พระสังฆาธิการภาค 8-9 จำนวน 211 รูป โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จมาเป็นประธาน
วันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เป็นเจ้าภาพจัดรับพัดเปรียญธรรม 3 ประโยค แก่ภิกษุสามเณรในเขตภาค 8-9 จำนวน 183 รูป โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกเป็นประธาน
วันที่ 8-10 สิงหาคม พ.ศ. 2542 กรมการศาสนาใช้สถานที่ประชุมแก่พระสังฆาธิการในเขตหนตะวันออก จำนวน 347 รูป
วันที่ 12-14 สิงหาคม พ.ศ. 2542 กรมการศาสนาใช้สถานที่ประชุมสัมมนาแก่กลุ่มพระพุทธศาสนาทั่ว
การบริหารและการปกครอง
ได้จัดการปกครอง โดยมีพระสิทธิการโกศล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร ได้ปกครองโดยยึดหลักพระธรรมวินัยและปฏิบัติตาม พ.ร.บ. สงฆ์และกฎหมายบ้านเมือง ท่านได้แต่งตั้งรองเจ้าอาวาส 1 รูป ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2 รูป
พระครูศรีปริยัตยาลังการ ตำแหน่งรองเจ้าอาวาสและรองเจ้าคณะอำเภอกุสุมาลย์ รับผิดชอบการศึกษาในวัด
พระครูสิริรัตโนภาส ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสและรองเจ้าคณะอำเภอพังโค รับผิดชอบบัญชีรายรับ - รายจ่ายของวัด
พระมหาเสงี่ยม จิตตมโย ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส รับผิดชอบดูแลพัสดุของวัด วัดแจ้งแสงอรุณ มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระหลักคำ พ.ศ. 2422 - 2460 รูปที่ 2 พระครูอ้น พ.ศ. 2461-2484 รูปที่ 3 พระแดง พ.ศ. 2485 - 2487 รูปที่ 4 พระแสง พ.ศ. 2488- 2490 รูปที่ 5 พระหลง พ.ศ. 2491 - 2492 รูปที่ 6 พระคอน ซุตินุธโร พ.ศ. 2493-2495 รูปที่ 7 พระกาสินธ์ ติณฺณปงโก พ.ศ. 2496-2503 รูปที่ 8 พระมหาสนธ์ สุปญฺโญ พ.ศ. 2504-2508 รูปที่ 9 พระสิทธิการโกศล (สุรสีห์ กิตติโสภโณ) พ.ศ. 2520 - ปัจจุบัน