วัดศาลาลอย

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดศาลาลอย เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๔๙๐ ถนน หลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๘๓.๓ ตารางวา ตั้งเป็นวัดเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๔๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (จากการตรวจสอบหลักฐานที่กรมการศาสนา) เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

อาณาเขตและอุปจาระวัด

ทิศเหนือติดถนนวิภัชอนุสรณ์ ทิศใต้นติดต่อกับที่ดินเอกชนมีถนนหลักเมืองผ่าน ทิศตะวันออกติดถนนเทศบาล ๔ ทิศตะวันตกติดถนนเทศบาล ๒

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๘๓.๓ ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ กุฏิอนุสรณ์ หอสมุด อาคารเรียนมหาจุฬาลงกรณ์- ราชวิทยาลัย หอระฆัง โรงครัว ศาลาสวดพระอภิธรรม และเมรุ

ความเป็นมา

วัดศาลาลอย สร้างมาแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน แต่ได้ทราบจากผู้สูงอายุเล่า ต่อ ๆ กันมาว่า วัดศาลาลอยแห่งนี้สร้างมานานไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ปี เพราะในสมัยที่พระยา- สุรินทร์ภักดีศรีไผทสมันต์ (สุ่น) เป็นเจ้าเมืองคนที่ ๔ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๓๕๔ ถึง พ.ศ. ๒๓๙๔ นั้น นางดามผู้เป็นภรรยาของท่านเจ้าเมืองได้พาบุตร บริวาร มาทำนาที่บริเวณ

"เวียลเวง" ซึ่งแปลว่า "ทุ่งยาว" (คือบริเวณที่ตั้งบ้านพักผู้พิพากษา โรงเรียนสิรินธร โรงเรียนสุรวิทยาคาร โรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ โรงเรียนเมืองสุรินทร์ วิทยาลัยเทคนิค- สุรินทร์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุรินทร์ โรงพยาบาลสุรินทร์ ในปัจจุบัน) ซึ่งอยู่คนละฟาก กำแพงเมืองด้านตะวันออกของวัดศาลาลอยเป็นประจำ นอกจากนี้ ได้ไปทำไร่อยู่ที่บริเวณ สนามบินในปัจจุบัน ซึ่งท่านได้อุปการะพระภิกษุสามเณรของวัดศาลาลอยมาตลอด รวม ทั้งได้มอบหมายให้บุตรหลานได้ช่วยดูแล ทำนุบำรุงวัดด้วย

วัดศาลาลอยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (จากการตรวจสอบหลักฐานที่กรม- การศาสนา) เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ นับตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ตามประกาศกระทรวง- ศึกษาธิการ ลงวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

การศึกษา ทางวัดศาลาลอยได้จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๙ จัดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งแผนกธรรมและบาลี โดยมีฐานะเป็นวิทยาเขตของ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ได้สอนนักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสังคมศาสตร์ และ เป็นที่ตั้งของศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของจังหวัด

สำหรับวันธรรมสวนะและวันสำคัญทางศาสนา ได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการแสดง ธรรมเทศนา บรรยายธรรม ปาฐกถาธรรม อภิปราย ตอบปัญหาธรรม ทางสถานีวิทยุ กระจายเสียง และทางโทรทัศน์ของจังหวัดสุรินทร์

จัดพระวิทยากรในวัดออกอบรม นักเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ อบรมประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนพระภิกษุ สามเณรในเขตจังหวัดสุรินทร์ ไม่น้อยกว่าบีละ ๔ ครั้ง

การสาธารณสงเคราะห์

ได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนประชาบาล โรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค จำนวน ๔ โรง ๆ ละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นทุนการศึกษาของเจ้าคุณโพธิญาณรังสี

การบริหารและการปกครอง

ดำเนินการปกครองภายในวัดตามพระธรรมวินัยระเบียบข้อบังคับ พระราชบัญญัติ ของคณะสงฆ์ กฎมหาเถรสมาคม และกฎกระทรวง ๆ สำหรับพระภิกษุอยู่จำพรรษาที่วัดนี้ มีปีละประมาณ ๒๐ รูป เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามมี รูป คือ รูปที่ ๑ พระอาจารย์ยุง พ.ศ. ๒๔๔๕ รูปที่ ๒ พระอาจารย์เขมา พ.ศ. ๒๔๔๕ รูปที่ ๓ พระอาจารย์มี (กิม) พ.ศ. ๒๔๖๐ รูปที่ ๔ พระครูธรรมธัชวิมล (ดัน เจริญสุข) พ.ศ. ๒๔๖๑ รูปที่ ๕ พระครูวิภัช- กัลยาณธรรม (จันทร์ กลุยาณมุตโต) พ.ศ. ๒๔๙๖ รูปที่ ๖ พระมหาสุรพงษ์ เตมิโย พ.ศ. ๒๕๑๘ รูปที่ ๗ พระศรีธีรพงศ์ (ทองอยู่ ญาณวิสุทโธ) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นมา