วัดไร่ขิง

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดไร่ขิง เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือ แม่น้ำนครชัยศรี ในท้องที่หมู่ที่ ๒ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๖๕ ไร่ ๑ งาน ๓๑ ตารางวา ตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๔ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๔ ได้รับการสถาปนาเป็น พระอารามหลวงนับตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

อาณาเขตและอุปจาระวัด

ทิศเหนือจดแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ทิศใต้จดแนวทางรถยนต์ผ่านสนาม- กอล์ฟสวนสามพราน ทิศตะวันออกจดตลาดวัดไร่ขิง ทิศตะวันตกจดเขตตำบลท่าตลาด พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบรูปสี่เหลี่ยมด้าน หน้าวัดมีเขื่อนก้นตลอดแนวพื้นที่ของวัด ส่วนด้านหลังมีกำแพงล้อมตลอดพื้นที่ของวัด

ทรัพย์สิน

ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๖๕ ไร่ ๑ งาน ๓๑ ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๔ แปลง เนื้อที่ ๗๑ ไร่ ๒ งาน ๘๔ ตารางวา ปูชนียวัตถุ หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ประทับนั่ง ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ มิลักษณะผึ่งผายคล้ายเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบ กำแพงเพชร เฉพาะพระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระ- พุทธรูปองค์นี้ถูกอัญเชิญลงมาจากกรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) ปรางค์สมัยรัตนโกสินทร์ และรอยพระพุทธบาทจำลอง

อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงโรง ศิลป สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กว้าง ๙ เมตร ยาว ๒๔ เมตร หน้าบันแกะสลักเป็นลายพุดตาน กิดช่อพ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนบั้น ครือเถา เหนือบานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปทวารจตุโลกบาล บานประตูภายในภายนอกทั้ง บาน มีลายกนกประดับมุก ด้านในพระอุโบสถเป็นภาพเขียนสีน้ำมัน เกี่ยวกับ พุทธประวัติทั้ง ๔ ด้าน วิหารจำนวน ๔ หลัง ประจำทิศทั้งสี่ทิศ ลักษณะทรงโรง ศาลาการเปรียญจำนวน ๒ หลังคู่ สร้างด้วยไม้สัก กุฏิสงฆ์จำนวน ๑๕ หลัง อาคาร- โรงเรียนพระปริยัติธรรม ศาลาจตุรมุข เป็นศาลาทรงไทย ๔ มุข มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง สุสาน ฌาปนสถาน ศาลาบำเพ็ญกุศล ศาลา- ท่าน้ำและที่พักชั่วคราวของประชาชนเดินทางและพุทธศาสนิกชน ๓ หลัง ศูนย์ปฏิบัติธรรม ใช้สำหรับฝึกสมาธิและวิปัสสนา เป็นศาลาอำนวยการคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น พิพิธ- ภัณฑ์วัดไร่ขิงเป็นอาคารทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด ๒ ชั้นครึ่ง มีห้องใต้ดิน

ความเป็นมา

วัดไร่ขิง สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๓๙๔ ตรงกับรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าหัวรัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) วัดศาลาปูน อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้ชักชวนพุทธศาสนิกชนในย่านนั้นช่วยกันดำเนินการก่อสร้างวัดขึ้น ชื่อวัดตั้งขึ้นตามตำบลที่ตั้งวัด คือ ตำบลไร่ขิง ต่อมา พ.ศ. ๒๔๕๖ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ เสด็จตรวจเยี่ยมวัดในเขตอำเภอสามพราน เมื่อเสด็จมาที่วัดไร่ขิง ได้ทรงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า วัดมงคลจินดาราม จึงได้ใช้ชื่อว่า วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง) ภายหลังกลับมาใช้ชื่อวัดไร่ขิงดังเดิม

วัดไร่ขิง ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้ายกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ กระทรวงศึกษาธิการประกาศลงวันที่ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์

ทางวัดได้จัดการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๔๗๕ แผนกบาลี เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๐๓ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๒๒ โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่วัดไร่ขิง เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ และมีการอบรมบาลีก่อนสอบของคณะสงฆ์ภาค ๑๔

ทางวัดได้อนุญาตให้หน่วยราชการต่าง ๆ สร้างอาคารในที่ธรณีสงฆ์ของวัด ดังนี้ คือ โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา สังกัดกรมสามัญศึกษา สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศูนย์ฝึกวิชาชีพนครปฐม สังกัดกรมอาชีวศึกษา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ และที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขไร่ขิง

การบริหารและการปกครอง

วัดไร่ขิงจัดการปกครองภายในวัด โดยมีการแต่งตั้งรองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระสงฆ์เป็นเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ แต่งตั้งไวยาวัจกรและกรรมการวัด

รายนามเจ้าอาวาสเท่าที่มีหลักฐานค้นพบจำนวน รูป คือ รูปที่ หลวงพ่อจาด รูปที่ ๒ หลวงพ่อคง รูปที่ ๓ หลวงพ่อรักษ์ รูปที่ หลวงพ่อมุ้ย รูปที่ ๕ พระรูปที่ ๙ พระเทพวรเวทิ (บัญญา อินฺทปญโญ) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา