วัดมหาธาตุ
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดมหาธาตุ
เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล เมืองยโสธร
ถนนวารีราชเดช
เลขที่ ๔๐ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบสูงอยู่ในด้านชุมชน อาณาเขต ทิศเหนือยาว ๔ เส้น ๐ วา • ศอก จดที่ดินเลขที่ ๑๑๖,๐๒๕,๓,๒๙ ทิศใต้ยาว ๒ เส้น ๒ วา จดถนนธาตุพิทักษ์ ทิศตะวันออกยาว ๓ เส้น ๑ วา จดที่ดินเลขที่ ๑,๒,๓,๔,๕, ๑๒๕ ทิศตะวันตกยาว ๑ เส้น ๑๙ วา ๑ ศอก จดถนนวารีราชเดช
ความเป็นมา
วัดมหาธาตุสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒ โดยเจ้าพระยาวิชัยราชขัตติยวงศา ผู้ครอง นครจำปาศักดิ์ที่เคยเป็นประเทศราชขึ้นกับกรุงเทพมหานคร เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็น ท้าวผ่ายหน้า ได้พาญาติพี่น้องไพร่พลอพยพหนีศึกมาตั้งบ้านเรือนอยู่บ้านสิงห์ท่า ซึ่งภาย หลังประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๔ ยกขึ้นเป็นเมืองยโสธร วัดมหาธาตุจึงเป็นวัดแรกของเมือง เดิมชื่อวัดทุ่ง ชาวบ้านมักเรียกกันว่า วัดธาตุ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดมึงบ้านขวัญเมือง อดีตเจ้าอาวาสผู้ครองวัดนี้ล้วนแต่เป็นพระมหาเถระ สำคัญเป็นที่พึงของประชาชนและกรมการเมืองมาหลายรูป ทั้งยังเป็นสถานที่ประกอบพิธี ทางศาสนาของทางราชการอีกด้วย ทางวัดจึงขอยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงได้รับพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นตันไป ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๕๓๑
ทรัพย์สิน
มีที่ดินตั้งวัดตามโฉนดเลขที่ ๑๓๘๗ เนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๔๔ ตารางวา และ ที่ธรณีสงฆ์ ๑ แปลง เนื้อที่ ๒ ไร่
อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มิ พระอุโบสถกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างครอบ อุโบสถหลังเดิม เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นปูหินอ่อน มีศาลา รายและกำแพงแก้วล้อมรอบ
ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๗ เมตร ยาว ๒๕ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ เป็น อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น
หอไตรสร้างด้วยไม้อยู่กลางสระน้ำ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๕๐ เป็นสถานที่เก็บ คัมภีร์ใบลาน ซึ่งพระครูหลักคำ เจ้าอาวาส รูปที่ ๓ นำมาจากเวียงจันทน์
โรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นอาคารทรงไทย ๒ ชั้น มีมุขด้านหน้า สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔
กุฏิ จำนวน ๑๔ หลัง เป็นอาคารไม้เนื้อแข็ง ๑๐ หลัง และอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง
นอกจากนั้นมีหอระฆังทรงไทยสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กและห้องสมุดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๑๑ เมตร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ยกพื้นเทคอนกรีต
ปูชนียวัตถุมี พระธาตุพระอานนท์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๒๑๘ โดยมีเจตตานุวิน และจินดาชานุ ชาวเมืองเวียงจันทน์ กับเอียงเวธา ขอมในถิ่นนั้น ร่วมกันสร้างพระธาตุ เพื่อบรรจุอัฐิธาตุของพระอานนท์เถระ ซึ่งเจตตานุวินและจินดาชานุ ได้มาจากเทวทวี- นคร ประเทศอินเดีย ลักษณะพระธาตุฐานรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ยาวด้านละ ๘ เมตร ก่อ อิฐถือปูน สูง ๒๕ เมตร ๓๐ เซนติเมตร มีรูปพระอานนท์ยืนอยู่กลางขององค์พระ ธาตุทั้ง ๔ ด้าน มีลักษณะทรวดทรงรูปพรหม ๔ หน้า และรูปราหอมดวงจันทร์ หันหน้า ไปทางทิศตะวันออก อยู่ตรงช่องที่ ๓ ขององค์พระธาตุ
เจดีย์องค์เล็กสร้างขึ้น พ.ศ. ๒๓๖๐ เพื่อบรรจุอัฐิบางส่วนของเจ้าพระยาวิชัยราช- ขัตติยวงศ์ ผู้สร้างเมือง โดยราชบุตรของเจ้าพระยาวิชัยราชบัตติยวงศ์นำมาจากนคร
จำปาศักดิ์ เมื่อคราวกลับมาอยู่เมืองยโสธร ด้วยความระลึกถึงบิดา จึงสร้างเจดีย์นี้บรรจุ อัฐิธาตุไว้เป็นอนุสรณ์
พระแก้วบุษยรัตน์ (พระแก้วสีน้ำค้าง) เป็นพระพุทรูปเนื้อแก้วใสบริสุทธิ์ หน้า ตักกว้าง ๔.๗ เซนติเมตร สูง ๗.๕ เซนติเมตร
หลักศิลาจารึกผังไว้ด้านหลังอุโบสถ เป็นอักษรขอมสมัยโบราณ
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ทางวัดเบื้องต้นสอนพระปริยัติธรรม
แผนกธรรม พ.ศ. ๒๔๙๒ แผนกบาลี พ.ศ. ๒๔๙๔ และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๒๖ ในวันธรรมสวนะ มีการแสดงธรรมเทศนา เป็นประจำ และแสดงธรรมเทศนาทางสถานีวิทยุในวันอาทิตย์ นอกจากนี้ ได้เข้าไปอบรมผู้ต้องขังในเรือนจำและอบรมศีลธรรมแก่นักเรียนอีกด้วย ทาง ด้านสาธารณสงเคราะห์ได้ให้ที่พักแก่คนต่างถิ่นที่เดินตรงไปเป็นหมู่คณะ มีทุนจำนวน หนึ่งตั้งไว้เพื่อช่วยการ สาธารณกุศลที่ขอความช่วยเหลือมาทั้งหน่วยราชการและเอกชน และให้สถานที่ประชุมแก่ทางราชการ
การบริหารและการปกครอง
ทางวัดแต่งตั้งพระภิกษุผู้มีอายุ พรรษา คุณวุฒิ เป็นรองเจ้าอาวาสและผู้ช่วย เจ้าอาวาส จำนวน ๒ รูป รูปที่หนึ่งช่วยในด้านการศึกษา และรูปที่สองช่วยในด้านการ การสาธารณสงเคราะห์และการเผยแผ่ ภายในคณะตามกุฏิต่าง ๆ มอบให้พระภิกษุผู้อาวุโส ช่วยปกครองดูแล พระภิกษุ สามเณรในคณะให้อยู่ตามพระธรรมวินัย และกฎระเบียบ ของวัดและมหาเถรสมาคม
เจ้าอาวาสผู้ปกครองวัดมี รูปที่ ๑ อาชญาธรรมเจ้าสังฆราชาวชิรบัญญา รูปที่ พระครูหลักคำ รูปที่ ๓ พระครูหลักคำกุคำ รูปที่ ๔ พระครูทัศน์ รูปที่ ๕ พระครู หลักคำพิลา รูปที่ ๖ พระปลัดญาณ รูปที่ ๗ พระครูอินทร์ รูปที่ ๘ พระสมุห์มาก รูปที่ พระราชศีลโสภิต ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด