วัดพระธาตุพนม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดพระธาตุพนม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อที่มีการครอบครอง ทิศใต้ติดต่อที่มีการครอบครอง ทิศตะวันออกติดต่อทางสาธารณะถนนพนมพนารักษ์ ทิศตะวันตกติดต่อทางสาธารณะหลังวัด ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไป บริเวณที่ตั้งวัดเป็นเนินดินเตี้ย เรียกว่า "ภูกำพร้า" บริเวณทั้งด้านเอียงลาดต่ำลง ถ้ามองไกล ๆ จะเห็นเป็นเขาเล็ก ๆ ลูกหนึ่ง เป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุพนม
ความเป็นมา ชื่อวัดพระธาตุพนม เป็นที่ตั้งองค์เจดีย์พระธาตุพนม อันเป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระอุระของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมือง มีอายุเก่าแก่มากประมาณสองพันห้าร้อยกว่าปี สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธา วิริยะ อุตสาหะ และสติปัญญาของบรรพชนในสมัยแคว้นศรีโคตบูรยังรุ่งเรืองอยู่ ในตำนานอุรังคนิทานซึ่งเป็นตำนานพระธาตุพนมกล่าวว่า พระธาตุพนมสร้างครั้งแรกในราว พ.ศ. ๘๐๐ โดยเจ้าพญาทั้ง ๕ อันมีพญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทบิตถนคร พญานันทเสน พญาคำแดง และพญาสุวรรณภิงคาระ ตลอดจนพระอรหันต์ ๕๐๐ อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ต่อมาเจ้าผู้ครองมรุกขนครองค์ที่ ๒ คือ พญาสุมิตรธรรมวงสา ได้จัดคนมาถากถางบริเวณภูกำพร้า สร้างกำแพงด้วยศิลาแลงโดยรอบ และในระหว่าง พ.ศ. ๒๕๖๓ - ๒๕๘ ก็ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติม เช่น สร้างวิหาร บูรณะกำแพง เป็นต้น เรื่อยมาจน พ.ศ. ๒๒๓๓ เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก ได้มาบูรณะวัดพระธาตุพนมโดยซ่อมแซมองค์เจดีย์ ต่อยอดองค์เจดีย์ด้วยโลหะเหล็กเบียกและทองแดงหล่อ สูง ๔๓ เมตร และได้มีการบูรณะศาลาโรงธรรม สร้างพระอุโบสถ กุฏิ วิหาร จนถึงสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม
ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๘๓-๒๔๘๔
ได้ให้กรมศิลปากรมาเสริมเจดีย์ธาตุพนม โดยเทคอนกรีต ครอบองค์และต่อยอดขึ้นใหม่อก 10 เมตร จนสูง 53 เมตร ต่อจากนั้นก็มีการบูรณะ เรื่อยมาจนตกมา พ.ศ. 2518 พระเจดีย์ธาตุพนมองค์เดิมได้ล้มพังลงทั้งองค์ พระเจดีย์องค์เดิม ได้สร้างครอบฐานพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งยังเหลืออยู่สูงประมาณ 6 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริม เหล็กข้างในกลวง มีคานยืด 4 แห่ง มีกรุสำหรับบรรจุพระอุรังคธาตุดกรุ และกรุบรรจุสิ่งอื่น และของมีค่าต่าง ๆ ดังนั้น จึงได้มีการสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ โดยสร้างในที่เดิม รูปทรง 4 เหลี่ยมเหมือนเดิม สูงจากระดับพื้นดิน 36 เมตร ฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร ทำด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก ได้เริ่มสร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2510 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2522 โดยทำพิธีลงราก ฝั่งเข็มเป็นปฐมฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 และในวันที่ 21-23 มีนาคม พ.ศ. 2522 รัฐบาลได้จัดพระราชพิธี ยกฉัตรและบรรจุพระอุรังคธาตุในวันที่ ของงาน สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสนมหาเถร) ทรงเป็นประธานยกฉัตร พระธาตุ ในวันที่ 3 ของงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระ-บรมราชินีนาถ เสด็จมาทรงบรรจุพระอุรังคธาตุ องค์พระธาตุพนมนี้เป็นที่เคารพสักการะบูชา ของเมืองไทยองค์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงมากจวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ และในอนาคตข้างหน้าต่อไป
ทรัพย์สิน
ที่ดินที่ตั้งวัดพระธาตุพนมมีเนื้อที่ 0 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา โฉนดเลขที่ 132 และ ยังมีที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด 3 แปลง อยู่ที่ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม แปลงที่ 1 มีเนื้อที่ 12 ไร่ 2 งาน 12 ตารางวา โฉนดเลขที่ 131 แปลงที่ 2 มีเนื้อที่ 42 ตารางวา โฉนดเลขที่ 133 และแปลงที่ 3 มีเนื้อที่ 57 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา โฉนด เลขที่ 183
ถาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุ ที่สำคัญของวัด มีดังนี้
พระธาตุพนม องค์เดิมสร้างด้วยอิฐล้วน ๆ และสร้างใหม่ครั้งสุดท้ายใน พ.ศ. 2510 สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กตลอดทั้งองค์ แล้วเสร็จ พ.ศ. 2522 สูงจากระดับพื้นดินถึง ยอดสุดของฉัตรสูง 57.60 เมตร ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ดังได้กล่าวแล้วในความเป็นมาข้าง
พระอุโบสถ สร้างแต่สมัยโบราณ และได้มีการบูรณะใหม่จนถึงครั้งสุดท้าย พ.ศ. 2520 กว้าง 5.50 เมตร ยาว 18.6 เมตร หลังคา 3 ชั้น
วิหารหอพระแก้ว สร้างครั้งแรกระหว่าง พ.ศ. 208-2102
ก่ออิฐถือปู พ.ศ. ๒๕๑๘ ถูกเจดีย์พระธาตุพนมล้มทับพังยับเยิน เหลือแต่ฐานสูงประมาณ ๑ เมตรเศษ วิหารยังไม่ได้สร้างขึ้นใหม่
มีแต่องค์พระประธานที่หอพระแก้วประดิษฐานเด่นอยู่เป็นสง่าองค์พระธาตุพนม ศาลาการเปรียญ หลังใหม่สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๘ กว้าง ๑๘.๕๐ เมตร ยาว ๔.๐๐ เมตร หลังคา 6 ชั้น แทนศาลาเก่าที่ถูกพระธาตุล้มทับ นอกจากนี้ก็มีรูปปั้นเทพารักษ์อยู่ปลายถนนหน้าวัดพระธาตุพนม เสาหันของเก่าอยู่ภายในกำแพงชั้นนอก ประตูโขง ปลายสะพานวัด หอพระพุทธไสยาสน์ พระเจดีย์พระธาตุพนมจำลอง และกุฏิ เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดพระธาตุพนม เป็นศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม ทั้งสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน เผยแพร่พระพุทธศาสนา ทั้งด้านปรัชญา ศีลธรรม วัฒนธรรม และประเพณีที่ดีที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในสมัยพระครูศิลาภิรัต (หมี) เป็นเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ แห่ง กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๕ เมตร จำนวน ๓ หลัง ซึ่งปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนนักเรียนบาลี 82 รูป จำนวนนักเรียนธรรม ๑๕๕ รูป และจำนวนนักเรียนปริยัติธรรมสามัญ ๑๒๑ รูป
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระเทพรัตนโมลี (แก้ว อุทุมมาลา) ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรกถึงรูปปัจจุบัน ดังนี้ ก. ยุคแรกตั้งวัด-พญาสุมิตรธรรมวงศา สั่งให้พละเทวะอำมาตย์ สร้างวิหารให้พระหันต์ทั้ง 2 องค์ อยู่อาศัยดังนี้
๑. เจ้าสังฆวิชา อยู่ด้านเหนือ (หอพระพุทธไสยาสน์) ๒. เจ้ามหาปสาทะ และเจ้าจุลลปสาทะ อยู่ด้านใต้ข้างกุฏิศิลาภิรัต ๓. เจ้ามหารัตนะและเจ้าจุลลรัตนะ อยู่ด้านทิศตะวันตกของพระธาตุพนม ข. ยุคเวียงจันทน์ - เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก มาซ่อมพระธาตุ ๓ ปี
พ.ศ. ๒๒๓๓ ๒๒๓๕ ปัจจุบันอนุสาวรีย์ของท่านอยู่นอกกำแพงชั้น ๒ ๑. พระครูพรหมา พ.ศ. ๓๘๐-๔๑๐ ๒. พระครูพรหม พ.ศ. ๒๔๑๐-๒๔๒๕ ๓. พระครูก๋ำ พ.ศ. ๒๔๒๕-๒๔๓๐ ๔. พระครูฮุบ พ.ศ. ๒๔๓๐-๒๔๓๘ ๕. พระครูอุบัชฌาทา พ.ศ. ๔๓๘-๒๔๕๘ ๖. พระครูศิลาภิรัต (หมี บุบผาชาติ) พ.ศ. ๒๔๕๔-๒๔๗๘ ๗. พระเทพรัตนโมลี (แก้ว อุทุมมาลา) พ.ศ. ๔๘๐ ถึง ปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน ๕๕ รูป สามเณรจำนวน ๑๘๒ รูป