วัดพระนารายณ์มหาราช

สภาพฐานะและที่ตั้งวัด

วัดพระนารายณ์มหาราช เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒๔๗๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อถนนอัษฎางค์ ทิศใต้ติดต่อถนนจอมพลและพื้นที่หอพระนารายณ์ ติดต่อกับตลาดเทศบาลและศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ทิศตะวันออกติดต่อพื้นที่ของราษฎร ทิศตะวันตก ติดต่อถนนประจักษ์ ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของวัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใจกลางเป็นเนินสูงเล็กน้อยตั้งอยู่ กลางใจเมืองนครราชสีมา

ความเป็นมา

วัดพระนารายณ์มหาราช เดิมชาวบ้านนิยมเรียกชื่อเข้าใจกันง่าย ๆ ว่า "วัดกลางบ้าง" "วัดกลางนครบ้าง" สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างเมืองนครราชสีมาในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์- มหาราช เป็นผู้ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย ระหว่างปี พ.ศ. ๒๑ -๒๒๓๑ วัดมีดวัตถุและปูมวดวัสดุทรุดโทรมตามกาลเวลา ได้ปฏิสังขรณ์และบุรณะแทน ของเก่าที่ทรุดโทรมไปตามยุคตามสมัยของท่านเจ้าอาวาสผู้ครองวัดแต่ละรูป และได้เจริญรุ่งเรือง ตลอดมา ต่อมา พ.ศ. ๒๔๗๘ พระเริงรุกบัจจามิตร ผู้บังคับการมณฑลทหารบกที่ ๓ ได้ทำรายงาน เสนอพระยากำธรพายัพทิศ ข้าหลวง ฯ จังหวัดนครราชสีมาในสมัยนั้น ให้ขอพระราชทานยกฐานะ วัดขึ้นเป็นพระอารามหลวงมีนามเต็มว่า "วัดกลางนครวรวิหาร"

ณ วันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๔๗๙ ในรัชกาลที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราช- ทานนามวัดนี้ใหม่ว่า "วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร" เมื่อปี พ.ศ. วัดนี้เป็นวัดที่มีพระพัทธสีมา คู่บั๊กสองแผ่นซ้อนบนเชิงฐาน

ทรัพย์สิน

เนื้อที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๒๘ ไร่ ๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๘๓

ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด ๑๐ แปลง ที่ตำบลหนองจะบก อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑๐ ตารางวา ที่ตำบลในเมือง (บ้านเกาะ) อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๑ งาน ๔๐ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๘๒๙ ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ ๑๗ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๗๒ ที่ตำบล (โคกสูง) จอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ทั้งหมด ๕ ไร่ ๗๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๖๔๐, ๗๐๒, ๑๐๒๗๔ และ ๑๐๒๗๖ ที่ตำบลบุ่งขี้เหล็ก อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ ๑๔ ไร่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๒๖๒๕ และที่ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จำนวน ๑ แปลง มีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๗๔ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๑๒๗๒๒

ถาวรวัตถุ ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัด มีดังนี้

พระอุโบสถ ตั้งอยู่บนเกาะกลางสระบัว กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑.๒๐ เมตร ด้านหน้าเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัน ด้านหลังเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปั้นด้วยปูน เป็นศิลปะของช่างสมัยกรุงศรีอยุธยา ปางมารวิชัย มีพระอัครสาวกซ้ายขวา เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทรและปางรำพึง

พระวิหารหลวง ตั้งอยู่จุดใจกลางของวัด ด้านหน้าเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ ด้านหลังเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัน กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๕๒ เมตร พระประธานในพระวิหารมีพระนามว่า "พระทศพญาณประทานบารมี" และมีเจดีย์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและตะวันตกของพระวิหารหลวงด้านละ ๑ องค์

ศาลพระนารายณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระนารายณ์ พระพิฆเนศวร์ เป็นเทวรูปจำหลักด้วยหินทราย เป็นของเก่าแก่

ศาลหลักเมือง แบบจตุรมุขหลังคาลดชั้นทรงไทยสวยงาม หลักเมืองเป็นไม้ถูกแขวนไว้ มิได้ผังเหมือนหลักเมืองของเมืองอื่น ๆ

ศาลาการเปรียญ ก่ออิฐถือปูน กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓ เมตร สองชั้น

นอกจากนี้ก็มี กุฏิ เจดีย์ต่าง ๆ เป็นต้น

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ โรงเรียนปริบัติธรรมเป็นอาคาร ๒ ชั้น ยาว ๕๐ เมตร กว้าง ๑๕ เมตร ก่ออิฐถือปูน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีจำนวนนักเรียนบาลี ๑๒๐ รูป นักธรรม ๑๒๐ รูป

การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระธรรมวิสุทธาจารย์ (พุ่ม) ลำดับเจ้าอาวาสเท่าที่สามารถค้นพบปรากฏมีดังนี้ ๑. เจ้าอธิการคง ๒. เจ้าอธิการคง ๓. พระครูสิหราช (ฉิม) ๔. พระครูสิหราชสมาจารมุนี (นวม) พ.ศ. ๒ - ๒๔๘๓ ๕. พระครูธรรมวิจารณ์มุนี (ทอง) พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๕๘๘ ๖. พระธรรมวิสุทธาจารย์ (พุ่ม) พ.ศ. ๒๕๘๒ ถึง ปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษาทั้งหมด ๓๐ รูป สามเณรจำนวน ๒๘ รูป