วัดหลวงสุมังคลาราม

ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ยกฐานะขึ้นเป็นพระ อารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๕๒๔

ทรัพย์สิน

ที่ดินที่ตั้งวัด มีเนื้อที่ ๒๖ ไร่ ๒ งาน ๓๒๒ ตารางวา

ที่ชรณีสงฆ์มี ๑ แปลง ตั้งอยู่ติดต่อกับเขตที่ตั้งวัดทางทิศตะวันตก เนื้อที่ ไร่ อ งาน ๖๐ ตารางวา

ปูชนียวัตถุ ถาวรวัตถุและอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี

พระวิเศษมิ่งเมือง เป็นพระพุทธรูปมีลักษณะเป็นแบบสุโขทัย บุษบกลงรักบิดทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ พระอุโบสถ กว้าง ๑๒.๕๐ เมตร

ยาว ๒๘.๕๐ เมตร

เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝายนังก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบลอนคู่ ลักษณะทรงไทย มีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ ประดับกระจกสีต่าง ๆ หน้าบัน บานประตู หน้าต่างและซุ้มประตูหน้าต่าง ประดับด้วยลายไทย ลงรักบิดทอง ศาลาการเปรียญ สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ยกพื้นสูงมุงด้วยกระเบื้อง กุฎิสงฆ์จำนวน ๑๒ หลัง เป็นตึก ๒ ชั้น ๖ หลัง สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง ชั้นเดียว ๖ หลัง หอระฆัง ๓ ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โรงเรียนปริยัติธรรม ๒ ชั้น ๖ ห้องเรียน อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โรงเรียนราษฎร์ของวัด หลัง อาคารคอนกรีต ๒ ชั้น ๑๔ ห้องเรียน ๑ หลัง เป็น อาคารไม้เนื้อแข็งชั้นเดียว ๕ ห้องเรียน ๑ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศล หลัง และฌาปนสถานพร้อมด้วยเรือนพักศพ อาคารคอนกรีต

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดหลวงสุมังคลาราม จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๒ แผนกบาลีตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๗๗ เป็นต้นมา โรงเรียนราษฎร์ของวัด เปิดสอนวิชาสามัญศึกษา ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑ ถึงชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ ๓

การบริหารและการปกครอง วัดหลวงสุมังคลาราม มีระเบียบและกฎเกณฑ์วัดที่พระภิกษุสามเณรถือปฏิบัติ โดยมีเจ้า- อาวาสปกครองบังคับบัญชาเป็นไปตามพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด เกี่ยวกับการบริหารภายในวัด ได้จัดแบ่งงานออกเป็นงานด้านการปกครอง การเผยแผ่ การสาธารณูปการ เป็นสัดส่วนทำให้ การบริหารงานคล่องตัวและเจริญรุ่งเรืองตามลำดับ จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ดีเด่น พ.ศ. ๒๕๑๒

ลำดับเจ้าอาวาสมีดังนี้ ๑. ท่านหลักคำโส โชติปาโล พ.ศ. ๒๓๗๘-๒๔๐๗ ๒. อาจารย์พันธ์ ธมฺมรกุขิโต พ.ศ. ๒๔๐๘-๒๔๓๗ ๓. พระครูเกษตรสีลาจารย์ (ทอง จนุทสโร) พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๔๗๖ ๔. พระญาณวิเศษ (ศรี ชิตธมฺโม) พ.ศ. ๒๔๗๗

ถึงปัจจุบัน