วัดนางชี
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดนางชี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๓๑๒ แขวงปากคลอง ภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับหมู่บ้านบริเวณคลองวัดนางชี ทิศใต้ติดต่อกับคลอง วัดนาคปรก ทิศตะวันออกติดต่อกับคลองด่าน ทิศตะวันตกติดต่อกับวัดนาคปรก
ลักษณะพื้นที่ของบริเวณวัด เป็นที่ลุ่มมีลำคลองล้อมอยู่ทั้ง ๓ ด้าน บางปีจะถูกน้ำท่วม บริเวณริมคลอง เดิมเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในสวน แต่ปัจจุบันสวนกลายเป็นเขตที่อยู่อาศัยของประชาชน ไปหมดแล้ว
ความเป็นมา
วัดนางชี หรือวัดบางนางชี เป็นวัดโบราณสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เพราะ ว่ามีพระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธรูปในพระวิหารเป็นศิลปะสมัยอยุธยา นอกจากนั้นอิฐ หรือแผ่นอิฐที่ขุดได้ใต้ดินแผ่นใหญ่หนาเป็นชนิดเดียวกับที่มีอยู่ในกรุงศรีอยุธยา
เหตุที่มีชื่อว่า "วัดนางชี" เพราะในสมัยรัชกาลที่ 2 มีพระบรมวงศานุวงศ์ผู้อยู่ใน เกิดขัดใจกันถึงกับหนีออกมาบวชชี และได้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้ จึงให้ชื่อว่าวัดนางชีตั้งแต่ นั้นมา ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 3 พระองค์ทำการค้ากับจีนได้ซื้อสินค้าประเภทหินแกะสลักเครื่อง เคลือบต่างๆ และหินปูพื้นถนนมาทะนุบำรุงพระอารามต่างๆ เพราะพระองค์นิยมสถาปัตยกรรมจีน ครั้นรัชกาลที่ 3 ทรงสั่งทำเครื่องเคลือบรูปเรือสำเภา อันเป็นเครื่องหมายการค้าทางเรือสำเภาให้ อนุชนได้ศึกษาสั่งทำ 2 คู่ ทรงพระราชทานวัดนางชี 2 คู่ เพื่อประดับหน้าบันพระวิหารที่สร้าง ตามศิลปะแบบจีน และทรงยกวัดนางชีขึ้นเป็นพระอารามหลวงประจำพระองค์ ต่อจากนั้นพระยา ราชานุชิต (จอง) ได้จัดการบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุที่เป็นหลักสำคัญของวัดตลอดทั้งพระอาราม
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระองค์เสด็จพระราชทานพระกฐิน เมื่อ พ.ศ. 2422 ตั้งแต่นั้น มาก็มีการปฏิสังขรณ์ครั้งหลังสุดโดยพระยาโชฎิกราชเศรษฐี
ทรัพย์สิน วัดนี้มีที่ตั้งวัด 11 ไร่ 1 งาน
และยังมีที่ธรณ์สงฆ์ 1 แปลง
เป็นสวนมีผู้เช่าเก็บผลประโยชน์ได้ปีละ ๕ บาท ถาวรวัตถุและอาคารศาสนต่าง ๆ มีพระอุโบสถกับพระวิหารตั้งขนานกันเป็นคู่ ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีรูปแบบทรงจีน มีกำแพงแก้วล้อมรอบ หน้าบันประดับด้วยเครื่องเคลือบสั่งจากจีน หน้าประตูมีสิงโตหินแกะด้วยหินเขียวของจีน ศาลาการเปรียญฝากระดาน หอระบัง ก่ออิฐถือปูน ศาลาราย ๓ หลัง ตั้งเรียงเป็นแถวทางหน้าวัด ริมคลองด่าน ตัวศาลาเป็นตึกโถง หลังคามุงกระเบื้อง ศาลาท่าน้ำ ๑ หลัง เรียงเป็นแถวเดียวกับศาลาราย ๓ หลัง เป็นศาลาก่ออิฐถือปูนมุงกระเบื้อง ศาลาโรงธรรม เป็นศาลาโถง หลังคามุงกระเบื้อง พื้นลาดกระเบื้องปูนซีเมนต์ มีอาสน์สงฆ์เป็นที่สำหรับตั้งศพบำเพ็ญกุศล พระครูบริหารบรมธาตุได้สร้างไว้เมื่อเป็นเจ้าอาวาส กุฎิตึกใหญ่ ยาว & ห้อง หลังคามุงกระเบื้องไทย เป็นกุฎีแบบโบราณ ๒ หลัง หันหน้าเข้าหากัน นอกนั้นก็เป็นกุฎิฝากระดานแบบเรือนโบราณเช่นกัน ปูชนียวัตถุ พระประธานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓ ศอก สูง • ศอก พระบรมธาตุ ๗ องค์ กับพระธาตุสาวก ๒ องค์ พระพุทธไสยาสน์ ประดิษฐานในพระอุโบสถยาว ฿ ศอก พระอุระกว้าง ศอก x นิ้ว พระเจดีย์องค์ ประดิษฐานอยู่ตามมุมกำแพงแก้ว แต่อยู่ภายในกำแพงแก้ว มีขนาดเท่ากันหมด ฐานกว้าง ๔ ๖า สูง ๗ วา ๒ ศอก
นอกจากนี้ยังมีสิ่งของที่ได้รับพระราชทานไว้สำหรับวัด คือ ๑. พระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องยศจอมพล ทหารบก ๒. ธรรมาสน์ลายทอง เมื่อคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ๓. พระไตรปิฎกฉบับพิมพ์ในรัชกาลที่ 5 มีคู้บรรจุพร้อม และของที่พระยาราชานุชิต (จ้อง) ได้ถวายไว้สำหรับวัด คือ ๑. ลับแลใหญ่บั๊คด้วยไหม เป็นรูปเขาไม้และรูปสัตว์ต่าง ๆ ๒ บาน ๒. ลับแลเล็ก บั๊คด้วยไหม เหมือนลับแลใหญ่ ๑ บาน
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ ในยุคก่อนการศึกษาของภิกษุสามเณรตลอดจนศิษย์วัด ก็ศึกษากันตามประเพณีสมัยนั้น ซึ่งเรียกกันว่า หนังสือวัด บัดนี้ได้จัดให้มีโรงเรียนปริยัติธรรม นักเรียนบาลี ๒๒ รูป นักเรียนนักธรรม ๕ รูป ส่วนธรรมเนียมของวัด เช่นการทำอุโบสถสังฆกรรม ทำวิสาขบูชา มาฆบูชาและธรรมสวนะ ก็ได้ทำตามประเพณี และยังมีโรงเรียนวัดนางชีสอนตั้งแต่ ป. ๑- ป. 3 ด้วย อนึ่งวัดนางชีนี้ ในวันแรม๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ของทุกปี จะมีงานชักพระ เป็นงานที่ เป็นที่นิยมของราษฎรเป็นอันมาก มีประเพณีการแข่งเรือพาย ถือเป็นการกุศลเกี่ยวกับการรื่นเริง ประจำปีที่มีมาแต่โบราณ
การบริหารและการปกครอง วัดนางชีมีเจ้าอาวาสเท่าที่ปรากฏจนถึงปัจจุบัน ดังนี้ คือ ๑. พระครูศิลขันธสุนทร (ทับ) ๒. พระครูศิลขันธสุนทร (กุน) ๓. พระครูศิลขันธสุนทร (หนู) ๔. พระครูศีลขันธสุนทร (เนี่ยม) ๕. พระครูศิลขันธสุนทร (ตาด) ๖. พระครูวิสุทธิศิลาจารย์ (เปรม)
๗. พระครูวิสุทธิศิลาจารย์ (จันทน์) ๘. พระครูวิสุทธิศิลาจารย์ (เล็ก) ๙. พระครูวิสุทธิศิลาจารย์ (ปลอด) ๑0. พระครูบริหารบรมธาตุ (บ่วน) พ.ศ. ๒๔๕๔ ๑๑. พระครูบริหารบรมธาตุ (ประเสริฐ) ป.ธ. ๖ พ.ศ. ๒๔๑ ๑๒. พระครูฉันทวรกิจ (ปลอด) พ.ศ. ๒๕๑๕ ๑๓. พระครูบริหารบรมธาตุ (อำนวย) ๑๔. พระครูประสาทสมาธิคุณ (วิชัย) ป.ธ. พ.ศ. ๒๕๒๒ ถึงปัจจุบัน วัดนี้มีพระภิกษุ ๓๐ รูป สามเณร ๕ รูป และชี ๑ คน