วัดสุรชายาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด วัดสุรชายาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 60 ตำบลหลุมดิน อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี อาณาเขตของวัดทิศเหนือติดต่อกับคลองหลุมดิน ทิศใต้ติดต่อกับที่เอกชน ทิศตะวันออก ติดต่อกับแม่น้ำแม่กลองแนวหน้าวัด ทิศตะวันตกติดต่อกับที่ดินเอกชน
พื้นที่โดยทั่วไปที่รวมค่ำน้ำท่วมถึง บางปีเกิดอุทกภัยร้ายแรง ทำให้สิ่งของบางอย่างเสีย หาย ทางวัดพยายามหาทางป้องกันน้ำท่วมอยู่เสมอ
ความเป็นมา
วัดนี้เดิมชื่อว่า "วัดหลุมดิน" เป็นวัดโบราณเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยอยุธยาหรือก่อนหน้านั้น ตั้งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำแม่กลอง
ท่านผู้หญิง อิ่ม ภรรยาเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒนพิพัฒนศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้พบ วัดหลุมดินอยู่ในสภาพวัดร้าง สิ่งก่อสร้างถาวรวัตถุและปูชนีย์วัตถุชำรุดทรุดโทรมจนไม่สามารถจะ สร้างให้กลับสภาพเดิมได้ ท่านผู้หญิงอิ่มจึงสร้างพระอุโบสถขึ้นในที่ใหม่ห่างจากพระอุโบสถหลัง เดิม 30 วา และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานวิสงครามสีมาให้เมื่อ วันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 2 กรกฎาคม 2420
นอกจากนี้ยังได้สร้างพระพุทธรูปปางสมาธิเพชรเป็นพระประธานในพระอุโบสถ พระ พุทธรูปยืนหน้าพระอุโบสถอีก 6 องค์ กุรี หลัง ศาลาการเปรียญ หลัง ศาลาท่าน้ำ 2 ทะ พระเจดีย์ 2 องค์ หอระมังก่ออิฐถือปูน และได้รับพระราชทานนามวัดใหม่ "วัดสุรชายาราม" ทรงโปรดเกล้าให้ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ตั้งแต่วัน พฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2427 เป็นต้นมา
ทรัพย์สิน มีที่ดินตั้งวัดทั้งสิ้น 20 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา ตามโฉนดที่ 1232 และที่ธรณีสงฆ์ อีก 3 แปลง แต่ละแปลงมีโฉนดและเนื้อที่ดังนี้ โฉนดเลขที่ 12328 มีเนื้อที่ 1 ไร่ 63 ตารางวา โฉนดเลขที่ 1188 มีเนื้อที่ 2 ไร่ 42 ตารางวา โฉนดเลขที่ 1888 มีเนื้อที่ 25 ไร่ 56 ตารางวา โฉนดที่ 4738 มีเนื้อที่ 61 ไร่เศษ และโฉนดที่ 14305 มีเนื้อที่ 2 ไร่ 35 ตารางวา ถาวรวัตถุและปูชนีย์วัตถุของวัดได้แก่ พระอุโบสถ สร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. 256 ในสมัยพระครูสุรนาถชยานันท์ (ขาว ญาโณ) สร้างแบบประหยัดในบริเวณพัทธสีมาเดิม
เป็นที่ประดิษฐานพระประธานที่สร้างในสมัยท่าน ผู้หญิงอิ่ม พระเจดีย์หน้าพระอุโบสถ ท่านผู้หญิงอิ่มสร้างไว้ ๒ องค์ ศาลาการเปรียญ กุฏิสุประดิษฐ กุฏิเจริญอักษรและศาลาท่าน้ำ สร้างในสมัยพระครู- สุรนาถชยานันท์ นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เหลี่ยมไม้สิบสอง ล องค์ และพระปรางค์ 6 องค์
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ เนื่องจากวัดนี้ไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรมแต่ก็จัดให้มีสำนักเรียน โดยเบิกสอนนักธรรมมี นักเรียนรวมกันกับวัดท่าโขลง ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ทางวัดมีนักเรียนนักธรรม ๑๔ รูป ในด้านการสาธารณสงเคราะห์นอกจากทางวัดจะจัดการอบรมเผยแผ่ธรรมะแก่ประชาชน ทั่วไปแล้ว ยังได้ให้ที่ดินของวัดจัดสร้างโรงสูบน้ำของทหารและสถานีอนามัยเพื่อเป็นบริการแก่ ชุมชนด้วย
การบริหารและการปกครอง ลำดับเจ้าอาวาสวัดสุรชายารามตามที่มีหลักฐานสืบได้ดังนี้ ๑. พระอธิการพุก ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๗-๒๔๓
๒. พระอธิการแดง ตั้งแต่ พ.ศ. ๔๓๓-๒๔๔๘ ๓. พระครูธรรมาภินันท์ (ปล้อง สุสิโล) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๙-๒๔๘๔ ๔. พระสมุห์พรม สุมโน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๘๔-๔๘๗ ๕. พระครูธรรมาภินันท์ (เอื้อ เนตรากินันท์) ตั้งแต่ พ.ศ. ๔๘๘-๒๔๘๔ ๖. พระครูสุรนาถชยานันท์ (ขาว, ฌาโณ) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔-๙๑๒ ๗. พระครูนิบุณจริยาทร (จรัส สุมงคล) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๑๒-๒๕๒๒ ๘. พระครูเมธีธรรมานุญาต (สุชน ธมุ่นทินฺโน) เป็นเจ้าอาวาสบัจจุบันครองวัดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นมา ปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๒๔) มีพระภิกษุจำพรรษา ๑๕ รูป และสามเณร มี๑ รูป ส่วนชีมี๘ คน