วัดสุทธจินดา
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดสุทธจินดา เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๗๗๔ ตำบลใน เมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกำแพงยาว ๑๕ เมตร ทิศใต้ติดต่อกำแพงยาว ๑๔๗ เมตร ทิศตะวันออกติดต่อกำแพงยาว ๗๘.๘๐ เมตร ทิศตะวันตกติดต่อกำแพงยาว ๒๘๒ เมตร
ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านทิศเหนือและทิศใต้มีพื้นที่ กว้าง ส่วนตรงกลางวัดแคบ ภายในปลูกต้นไม้เป็นที่ร่มรื่นเหมาะเป็นอารามยิ่ง
ความเป็นมา
วัดสุทธจินดาเป็นวัดที่ตั้งขึ้นโดยการรวมวัด ๒ วัด คือวัดสมบูรณ์จิ๋ว และวัดบรมจินดา คือเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๘ ทางราชการได้ย้ายศาลาว่าการมณฑลนครราชสีมาจากกลางเมืองซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวัดพระนารายณ์มหาราช มาตั้งที่มุมกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัดสมบูรณ์จิ้วอยู่ทางด้านเหนือจัดเป็นบริเวณสังฆาวาส และวัดบรมจินดาอยู่ทางด้านใต้จัดเป็นบริเวณพุทธาวาส และได้รื้อกำแพงที่กันระหว่างวัดทั้งสองออก ทางราชการคิดที่จะพัฒนาวัดขึ้นใหม่มีสภาพดีกว่าที่เป็นอยู่ ดังนั้นบรรดาข้าราชการทหารพลเรือน คหบดี และพ่อค้า มีพระยาเพชรปาณ์ (คั่น รักษ์ตประจิต) สมุห์เทศาภิบาล มณฑลนครราชสีมา ได้กราบทูลพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สกลมหาสังฆปริณายก ขอประทานพระอนุมัติรวมวัดสร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ประทานอนุมัติและได้ประทานนามวัดว่า "วัดสุทธจินดา" และโปรดให้ยกฐานะวัดนี้เป็นพระอารามหลวงเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ และได้เริ่มก่อสร้างในระยะแรกโดยสมเด็จพระมหาวิรวงศ์ สมุหเทศาภิบาล จัดตั้งกรรมการชุดหนึ่ง บอกบุญเรียกร้องเพื่อดำเนินการสร้างปูชนียสถานที่สำคัญ ๆ ของวัด และในระยะต่อมา ก็เป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์ให้ดีขึ้น โดยเจ้าอาวาสแต่ละรูปที่ครองวัดอยู่จวบจนปัจจุบันนี้
ทรัพย์สิน
เนื้อที่ตั้งวัดสุทธจินดามีทั้งหมด ๒๒ ไร่ ๔๑ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๔๑๘
ที่ธรณีสงฆ์มีทั้งหมด ๔ แปลงคือ แปลงที่ ๑ อยู่ที่ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๕๒ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๕๘๕ แปลงที่ ๒ อยู่ที่ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๔ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๘๕๔๑ แปลงที่ ๓ อยู่ที่ตำบลโพธ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑ ไร่ ๓ งาน ๔๕ ตารางวา โฉนดเลขที่ ๘๐๘ แปลงที่ ๔ อยู่ที่ตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ๑๑ ไร่
ปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และถาวรวัตถุของวัดที่สำคัญมีดังนี้
พระอุโบสถ เลียนแบบมาจากพระอุโบสถวัดปรินายกกว้าง 8.10 เมตร ยาว 18.57 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 256 โดยช่างชาวต่างประเทศ สร้างเสร็จเมื่อ ปี พ.ศ. 572 พระประธานในพระอุโบสถ มีพระนามว่า "พระพุทธสีหนาท" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง < คืบ โดยพระมหาสุทัศน์ สุทัสสนโน กับนายสนอง ปฏิมาปกร เป็นนายช่างหล่อ ทำพิธีหล่อเมื่อ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 เวลา 14.00 น. พระพุทธรูปองก์นี้เป็นที่เคารพมีความศักดิ์สิทธิ์ของชาวนครราชสีมา
ศาลาการเปรียญ มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยโบราณกว้าง 18 เมตร ยาว 3 เมตร สองชั้น เสาคอนกรีต ฝาไม้สัก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477 โดยผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทรัพย์ร่วมกันสร้าง
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมหาวีรวงศ์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้รวบรวมของเก่าโบราณ และรื้อโบสถ์วัดสมบูรณ์จิ๋วออก และปลูกสร้างหอพิพิธภัณฑ์ประจำภาคเป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น เมื่อ พ.ศ. 248 และเปิดให้ประชาชนชมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 248
นอกจากนี้ก็มีกุฏิเมนารุจิ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เป็นต้น
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์
ในสมัยพระธรรมบัณฑิต (ญาณ ญาณชาโล) เจ้าอาวาสรูปที่ ได้สร้างโรงเรียนพระสังฆาธิการส่วนภูมิภาค สร้างอาคารเรียนประชาบาลชั้นเดียว 1 หลัง และสร้างโรงเรียนปริบทธรรม (บูรคามบริรักษ์) ซึ่งในปัจจุบัน (พ.ศ. 2524) มีนักเรียนบาลี 0 รูป และนักเรียนธรรม 50 รูป นอกจากนี้ก็มีหอสมุดมหาวีรวงศ์
ซึ่งชาวนครราชสีมาร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างตึกหอสมุดกว้าง เมตร ยาว 2 เมตร เมื่อ พ.ศ. 254 เพื่อเป็นอนุสรณ์แต่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ที่เป็นผู้ริเริ่มในการจัดตั้งหอสมุดขึ้นมา
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันชื่อ พระราชพิศาลสุธี (โกศล สิรินุธโร) ลำดับเจ้าอาวาสตั้งแต่รูปแรกจนบัจจุบันมีดังนี้คือ 1. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสฺโส) พ.ศ. 2470-2475 2. พระโพธิวงศาจารย์ (สังข์ทอง นาควโร) พ.ศ. 2476-2489 3. พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) พ.ศ. 2500-500 4. พระธรรมฐิติญาณ (โชติ คุณสมปนนโน) พ.ศ. 2501-505 5. พระธรรมบัณฑิต (ญาณ ญาณชาโล) พ.ศ. 2506-251 6. พระราชพิศาลสุธี (โกศล สิรินุธโร) พ.ศ. 2520 ถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน (พ.ศ. 2524) มีพระภิกษุจำพรรษาจำนวน 40 รูป และสามเณรจำนวน 30 รูป