วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม
สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดจุฑาทิศธรรมสภาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๖๒ ม. « ตำบลท่าเทววงษ์ กิ่งอำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี
อาณาเขต ทิศเหนือติดต่อกับเชิงเขายอดพระจุลจอมเกล้า ฯ จดทะเล อ่าวภาณุรังษ์ (ท่าบน) ทิศใต้ติดต่อกับทะเล อ่าวภาณรังมีชิ้นมาจรดถนนวชิราวุธ ทิศตะวันออกติดต่อกับ ชายทะเล และทิศตะวันตกติดต่อกับถนนวชิราวุธไปตามเชิงเขายอดพระจุลจอมเกล้า
ลักษณะพื้นที่ตั้งวัด ตั้งอยู่ติดชายทะเลทางทิศตะวันออกจะเห็นเกาะขามน้อยและเกาะขาม ใหญ่ และห่างจากชายทะเลศรีราชา 14 กม. พื้นที่ทั่วไปเป็นหินปนดินเพราะตั้งอยู่เชิงเขา แบ่ง เป็น 3 เขต คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตฌาปนสถาน
ความเป็นมา
วัดจุฑาทิศธรรมสภารามชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดเกาะสีซัง" พระบาทสมเด็จพระจุลจอม- เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2435 เพื่อเป็นการเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุยาธุชธราดิลก กรมชุนเพชรบูรณอินทราชัย แต่เดิม รัชกาลที่ ประสงค์ที่จะให้เป็นพระอารามขนาดเล็กมีพระภิกษุจำพรรษาไม่เกิน 10 รูป จึงโปรด ให้เจ้าพนักงานจัดนิตยภัตถวายพระอันดับเพียง & รูป ปัจจุบันการคมนาคมสะดวกท้องถิ่นเจริญ ขึ้น วัดนี้จึงต้องมีพระภิกษุจำพรรษามากกว่าเดิม
วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พระบรมราชโองการลงวันที่ 6 กรกฎาคม 43 เนื้อที่กว้าง & วา ยาว 8 วา 2 ศอก และได้ประกอบพิธีผูกพัทธสีมามื่อ พ.ศ. 74
รัชกาลที่ 8 ทรงสร้างเสนาสนะสิ่งปลูกสร้างเป็นเครื่องไม้ทั้งหมด จึงทำให้ชำรุดทรุด- โทรมเร็วในสมัยพระครูศรีฉบังคสังวร (จิตร) เป็นเจ้าอาวาส ราว พ.ศ. 2453 รัชกาลที่ 4 มี พระราชศรัทธาจะบูรณะปฏิสังขรณ์ แต่ต้องระงับไปเพราะพระครูศรีฉบังคลังวร (จิตร) มรณภาพ ในปี พ.ศ. 2456 ต่อมาช่วง พ.ศ. 2456-2477 เป็นเวลาที่ไม่มีเจ้าอาวาสมีแต่พระ รักษาวัดจนอาจเรียกว่าในระยะนี้เกือบเป็นวัดร้าง ทำให้พระอารามทรุดโทรมมากที่สุดจนกระทั่งถึง สมัยพระครูสุทธิรัต (ป่าน) เป็นเจ้าอาวาสได้เริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์และก่อสร้างถาวรวัตถุ ต่อมา สมัยพระครูสาชิตธรรมนาท (โพธิ์) เป็นเจ้าอาวาสก็ได้สร้างเพิ่มเติม จนถึงสมัยพระครูสุทธาภิรัต (เจริญ) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้ก่อสร้างเพิ่มเติมและรื้อของเก่าเปลี่ยนแปลงสร้างเป็นอาคารตึก คอนกรีตทั้งหมดแทนเครื่องไม้ของเดิม
ทรัพย์สิน
วัดนี้มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่เศษ และที่ธรณีสงฆ์อีก 54 ตารางวา นอกจากนั้นยังมี ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุดังนี้คือ
พระอุโบสถ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ โดยพระครูสุทธิรัตดำเนินงานก่อสร้างใช้ ก้อนหินเป็นผนังผสมฉาบด้วยซีเมนต์ เครื่องบนไม้ มุงกระเบื้อง รูปทรงและลายหน้าบันแบบ จีนไม่มีช่อฟ้า กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๐ เมตร
พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปหล่อปางมารวิชัย สมัยสุโขทัยหน้าตักกว้าง ๔๑ นิ้ว พระอาจารย์จู ชาวรามัญปากลัดนำมาเป็นพระประธานในอุโบสถวัดเกาะสีชังเดิม รัชกาล ที่ ๕ โปรดให้อัญเชิญมาเป็นประธานในพระอุโบสถวัดอัษฎางคนมิตรและวัดจุฑาทิสธรรมสภาราม ตามลำดับ
พระพุทธบาทจำลอง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ศิลารอยพระ- พุทธบาทมาแต่พุทธคยา ประเทศอินเดียมาถวายเป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธา จึงโปรดให้เชิญรอย พระพุทธบาทขึ้นไปประดิษฐาน ณ ไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้า ฯ เมื่อ ๒ เมษายน ๔๓๔ มณฑปพระพุทธบาทกว้าง ๔ เมตร ยาว ๔ เมตร เฉพาะรอยพระพุทธบาทกว้าง ๑๑ นิ้ว ยาว ๒๕ นิ้วครึ่ง ลึก หนา • นิ้ว
ศาลาการเปรียญ
เดิมเป็นไม้สร้างใหม่เป็นอาคารคอนกรีตแบบทรงไทยประยุกต์กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๔ เมตร
กุฎิสงฆ์
สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กแบบทรงไทยประยุกต์
สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๔-๒๕๒๓ นอกจากนั้นยังมีวิหารพระสังกัจจายน์ ศาลา หอระฆัง ศาลาพักร้อนและวิหารประดิษฐาน หลวงพ่อสุโขทัย
การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดนี้มีโรงเรียนปริยัติธรรม ๑ แห่ง
มีจำนวนนักเรียนธรรม ๑๔ รูป และยังมีงาน ประเพณีนมัสการเป็นประจำในวันกลางเดือนสามทุกปี
การบริหารและการปกครอง เจ้าอาวาสที่ครองวัดนี้ตั้งแต่รูปแรกจนบัจจุบันนี้มีดังนี้คือ . พระครูศรีฉบังคสังวร (เทียน) พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๓๗ . พระครูศรีฉบังคสังวร (จิตร) พ.ศ. ๒๔๗๗-๒๔๕๖ ๓. พระครูสุทธิรัต (ปาน เผือกศรี ธมฺมปาโล) พ.ศ. ๒๔๗๗-๔๗ ๔. พระครูสาธิตธรรมนาท (โพธิ์ ศรีธนะ ชานุตุตโม) พ.ศ. ๒๕๐๔ ๕. พระครูสุทธาภิรัต (เจริญ เจริญศรี วทุฒนธมฺโม) พ.ศ. ๕๑๒ ถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๖ ถึง พ.ศ. ๒๔๗๗ ไม่มีเจ้าอาวาสมีแต่พระภิกษุรักษาการ คือ พระอาจารย์เขียวและต่อมาพระอาจารย์หลง ปัจจุบันมีพระภิกษุ ๑๘ รูป และสามเณร ๒ รูป