การศึกษาประสิทธิภาพของใบรางจืดและใบย่านางในการลดสารพิษตกค้างของผักคะน้า

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

จิราพัชร สิทธิสมาน, ปิยพร ดียิ่ง

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

นารีรัก เหยียดกระโทก, เกียรติศักดิ์ บุตรสุด

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2566

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่องการศึกษาประสิทธิภาพของใบรางจืดและใบย่านางในการลดสารพิษตกค้างของผักคะน้านี้จัดทำข้ึนเพื่อลดปัญหาปริมาณสารตกค้างในผักที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ มีจุดมุ่งหมายในการศึกษาเปรียบเทียบอัตราส่วนและเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการลดสารปนเปื้อนของสารสกัดจากใบย่านาง และใบรางจืด ที่มีประสิทธิภาพลดสารพิษตกค้างจากผักคะน้า โดยตอนที่ 1 เตรียมสารสกัดจากพืชที่คาดว่ามีฤทธ์ิชะล้างสารพิษจากสารกำจัดศัตรูพืชมา2ชนิดไดแ้ก่ใบย่านางและใบรางจืดนำมาสกัดด้วยอัตราส่วน 250 กรัมต่อน้า 1 ลิตร หลังจากนั้นนำผักคะน้าที่ได้มาจากร้านเดียวกันท่ีเดียวกันกำเดียวกันแบ่งเป็น 4 ส่วน โดยแช่ลงในน้ำสะอาด 1 ส่วนแช่ลงในน้ำสารสกัดใบรางจืด 1 ส่วนแช่ลงในสารสกัดใบย่านาง 1 ส่วนและอีกส่วนเก็บไว้เปรียบเทียบแล้วจับเวลา 20 นาทีทาการทดสอบซ้ำ โดยเปลี่ยนเวลาแช่ผักคะน้าในสารสกัดเป็น 25 นาทีและ 35 นาทีตามลำดับต่อมานำผักคะน้าที่แช่ในสารสกัดมาล้างน้ำสะอาดมาทดสอบสารพิษตกค้างด้วย ชุดทดสอบ GT Pesticide test kitในตอนที่2เตรียมสารสกัดจากพืชที่มีประสิทธิภาพในการลดสารปนเปื้อนที่ดี มาแบ่งเป็นอัตราส่วนที่ต่างกัน คือ 100 กรัม, 200 กรัม และ 300 กรัม ต่อน้ำสะอาด 1 ลิตร และนำผักคะน้าที่ได้จากร้านเดียวกันที่เดียวกันแบ่งออกเป็น3ส่วนในปริมาณที่เท่ากันแช่ลงในภาชนะเป็นเวลา 20 นาที

ผลการทดลองคาดว่าสารสกัดจากใบรางจืดจะมีประสิทธิภาพในการลดสารปนเปื้อนได้ดีมากกว่าสารสกัดย่านางและใช้ในนอัตราส่วนที่มากที่สุดจะเกิดผลประสิทธิภาพดี โครงงานที่จะศึกษาน้ีจะช่วยให้การล้างผักนั้นสะอาดข้ึนและสามารถรับประทานผักสดได้อย่างปลอดภัยและหายกังวลเรื่องสารตกค้างในผัก