การสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโนจาก Oroxylin A ที่ได้จากสารสกัดเพกา

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

กษิตินาถ เสระพล, วิษณุเวท แสนเกษม

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

วัชราภรณ์ แสนนา

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย บุรีรัมย์

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2564

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

โครงงานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เปรียบเทียบปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ที่ได้จากสารสกัดเพกา ได้แก่ เปลือก ฝัก ใบ ลำต้น 2.เพื่อแยกสาร Oroxylin A ออกจากสารประกอบฟลาโวนอยด์ที่ได้จากสารสกัดจากเพกา 3.เพื่อศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์ซิลเวอร์นาโน และสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์จากส่วนของเพกา 4.เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของอนุภาคซิลเวอร์นาโนในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Staphylococcus aureus โดยการทดลองแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้ วิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ด้วยวิธี TFC (Total flavonoid content) จากนั้นนำสารสกัดของส่วนที่มีปริมาณ TFC มากที่สุดมาศึกษาการแยกสาร Oroxylin A ออกจากสารสกัดฟลาโวนอยด์ที่ได้จากเพกา ด้วยวิธี Column Chromatography โดยใช้ตัวชะเป็น 70 : 30 เอทานอล : เฮกเซน จากนั้นนำสารที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อหาองค์ประกอบด้วยเทคนิค NMR spectroscopy และได้ทำการศึกษาวิธีการสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโน โดยเริ่มด้วยการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโน โดยนำมาแสกนความยาวคลื่นที่ 300-600 นาโนเมตรและค่าดูดกลืนแสงเพื่อหาความยาวคลื่นที่สามารถ ดูดกลืนแสงได้มากที่สุด จากนั้นนำสารสกัดจากเพกาที่ได้จาก Column Chromatography มาสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโนโดยใช้สภาวะที่ดีที่สุด นอกจากนี้ยังได้มีการศึกษาประสิทธิภาพของอนุภาคซิลเวอร์นาโนจากสารสกัดเพกาในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ด้วยวิธี Disc diffusion method โดยวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของ clear zone จากนั้นบันทึกค่าที่ได้และเปรียบเทียบกับตัวควบคุม

ผลการทดลองพบว่า สารสกัดจากเพกาที่มีปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์มากที่สุด คือ ใบ ลำต้น ฝัก และเปลือก ตามลำดับ ซึ่งมีค่า TFC เท่ากับ 27.024 12.262 10.476 7.976 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ตามลำดับและนำมาแยกด้วยวิธี Column Chromatography พบว่าสารละลายที่ผ่านคอลัมน์ เมื่อนำไประเหยตัวทำละลายออก จะได้ผง Oroxylin A และเมื่อนำสารที่ได้วิเคราะห์ NMR spectroscopy ได้โครงสร้างของแข็งเป็น 5,7-dihydroxy-3-methoxyflavone ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกันกับ Oroxylin A และมีมวลใกล้เคียงกับ Oroxylin A จะสรุปได้ว่าสารสกัดจากเพกาที่ได้จากการ Column Chromatography มี Oroxylin A เป็นองค์ประกอบอยู่ และเมื่อทำการศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการสังเคราะห์ด้วย Tannic acid พบว่าในการใช้อุณภูมิที่ 700 watt ระยะเวลา 3 นาที คือสภาวะที่ดีที่สุด และเมื่อทำการตรวจสอบพบว่าเมื่อนำมาทดสอบด้วยเลเซอร์ผ่านสารละลายจะแสดงว่าเป็นสารละลายคอลลอยด์ และเมื่อนำสารสกัดจากเพกามาสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโน พบว่าสารละลายที่ได้จากการสังเคราะห์ ลำแสงเลเซอร์สามารถผ่านได้เช่นเดียวกัน จึงสรุปได้ว่าสามารถนำสารสกัดจากเพกามาสังเคราะห์อนุภาคซิลเวอร์นาโนได้ และเมื่อนำอนุภาคซิลเวอร์นาโนที่ได้มาใช้ยับยั้งการเจริญเติบโตของ Staphylococcus aureus พบว่าสามารถยับยั้งได้ โดยมี clear zone เท่ากับ 18.81มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับชุดควบคุม จากผลการศึกษาสามารถนำสารสกัดจากเพกาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและทางด้านการแพทย์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้พืชในท้องถิ่น และนำสมุนไพรไทยมาเป็นทางเลือกในอุตสาหกรรมต่อไป