การศึกษาความสามารถในการละลายฟอสเฟตและความหลากหลายของแบคทีเรียละลายฟอสเฟตในดินที่คัดแยกได้จากนาข้าว

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ชญานิศ จารุทิกร, จุฬวิทย์ ริยาพันธ์, ณ มาดา วิเศษวิทยเวช

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

กิตติมา ไวไธสง

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีในกระบวนการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมีฟอสฟอรัส ซึ่งจะทำให้ดินเสื่อมสภาพ ซึ่งปุ๋ยเคมีฟอสฟอรัสสามารถทดแทนได้ด้วยปุ๋ยชีวภาพซึ่งมีส่วนประกอบของจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต โครงงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการละลายฟอสเฟตของแบคทีเรียที่คัดแยกได้จาก 6 ตัวอย่างดินจากนาข้าวเคมีและเพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของแบคทีเรียละลายฟอสเฟต ซึ่งทำการศึกษาโดยใช้วิธีการเก็บตัวอย่างดินแบบผสมรวมและแยกเชื้อแบคทีเรียทั้งหมดในดินบนอาหาร LB agar จากนั้นก็ทำการคัดเลือกแบคทีเรียจากแต่ละตัวอย่างดินมา 96 โคโลนี รวมทั้งหมด 576 โคโลนี นำไปหยดเชื้อบนอาหารทดสอบ NBRIP agar ที่มีการเติมหินฟอสเฟตในรูปแคลเซียมฟอสเฟต และ อาหาร PSM agar ที่เติมฟอสฟอรัสอินทรีย์ในรูปไฟเตต เพื่อสังเกตการเกิดโซนใส (clear zone) รอบบริเวณที่หยดเชื้อ หากแบคทีเรียมีการละลายฟอสฟอรัสในรูปต่าง ๆ ที่เติมลงไปในอาหาร จากนั้นทำเชื้อให้บริสุทธิ์แล้วศึกษาความหลากหลายของลักษณะทางสัณฐานวิทยาของโคโลนีบนอาหาร LB agar โดยใช้ลักษณะรูปร่างเชื้อ ลักษณะผิวหน้า ความโค้งนูน ลักษณะขอบของเชื้อและสีของเชื้อเป็นเกณฑ์ในการจำแนกกลุ่ม จากผลการศึกษาพบว่าสามารถคัดแยกและคัดเลือกเชื้อแบคทีเรียละลายฟอสเฟตได้ทั้งหมด 300 ไอโซเลท โดยมี 59 ไอโซเลทที่สามารถละลายหินฟอสเฟตในรูปแคลเซียมฟอสเฟตได้ มี 204 ไอโซเลทที่สามารถละลายไฟเตตได้ และมี 37 ไอโซเลทที่สามารถละลายฟอสฟอรัสได้ทั้งสองรูป จากผลการศึกษาความหลากหลายของลักษณะทางสัณฐานวิทยาของโคโลนีสามารถจำแนกเชื้อคร่าว ๆ ได้ 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ 1 แบคทีเรียที่มีรูปร่างกลมมีจำนวน 126 ไอโซเลท กลุ่มที่ 2 แบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นจุดเล็ก ๆ มีจำนวน 48 ไอโซเลท กลุ่มที่ 3 แบคทีเรียที่มีรูปร่างไม่แน่นอนมีจำนวน 30 ไอโซเลท ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้ยังมีความหลากหลายและแตกต่างกันตามลักษณะของผิวหน้า ความนูน ขอบเชื้อ และสีของเชื้อ โดยจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟตเหล่านี้สามารถนำไปศึกษาปริมาณการละลายฟอสเฟตและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยชีวภาพละลายฟอสเฟตเพื่อทดแทนปุ๋ยเคมีซึ่งจะช่วยลดปัญหาดินเสื่อมสภาพและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีส่วนประกอบของฟอสฟอรัสต่อไป