การเตรียมและศึกษาประสิทธิภาพของเม็ดบีดผสมสารสกัดสมุนไพรฝาง เพื่อการประยุกต์ในทางการแพทย์

ชื่อนักเรียนผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

ณิชกมล วงศ์โสภา, สุภาวดี เอมใจ

อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์

ณัฐภัสสร เหล่าเนตร์

โรงเรียนที่กำกับดูแลโครงงานวิทยาศาสตร์

โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย พิษณุโลก

ปีที่จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์

พ.ศ. 2562

บทคัดย่อโครงงานวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาชนิดและปริมาณของพอลิเมอร์ผสมสารสกัดฝางที่มีความเหมาะสม ในการขึ้นรูปเม็ดบีด และสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ Staphylococcus aureus พบว่า สารสกัด สมุนไพรฝางที่สกัดได้มีค่า MIC เท่ากับ 3.125 mg/ml. โดยประสิทธิภาพองเม็ดบีดที่มีส่วนผสมของพอลิเมอร์ที่ อัตราส่วนแตกต่างกัน มีความสามารถในการกักเก็บสารสกัดสมุนไพรฝางต่างกัน โดยเม็ดบีดที่มีส่วนผสมของ พอลิเมอร์ที่อัตราส่วน 40 A: 60 W มีประสิทธิภาพในการกักเก็บสารสกัดเหมาะสมที่สุด ส่วนการศึกษาหาค่า ความคงตัวอิมัลชันของพอลิเมอร์ พบว่าพอลิเมอร์ในอัตราส่วน 40 A: 10 W และ 50 A : 0 W พบการแยกชั้น และผลการตรวจสอบคุณสมบัติตา่งๆของเม็ดบีดอัตราส่วน 40 A: 60 W โดยใช้สารสกัดฝางความเข้มข้นเท่ากับ MIC จากการศึกษาการกักเก็บสารสกัด พบว่ามีปริมาณ Brazilin 0.00189mg/ml โดยเม็ดบีดในช่วง 0 - 120 นาทีจะค่อยๆปลดปล่อยสารสกัดออกมา และช่วงนาทีที่ 120 – 150 นาที มีการปลดปล่อยสารสกัดสมุนไพร ฝางในปริมาณมาก การศึกษาการบวมตัวของเม็ดบีด พบว่าเม็ดบีดมีการบวมตัวน้อยในช่วง 0 – 15 นาที และ หลังจากนั้นขนาดของบีดเริ่มคงที่และไม่มีการบวมตัวอีกต่อไป การศึกษาลักษณะทางกายภาพของเม็ดบีดที่ได้ พบว่าเม็ดบีดมีลักษณะรูปร่างเป็นทรงกลม พื้นผิวเรียบ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 1.75 mm. และเมื่อ ทดสอบฤทธิ์การยับยั้งเชื้อ พบว่าเม็ดบีดผสมสารสกัดสมุนไพรฝางความเข้มข้น 6MIC สามารถยับยั้งการ เจริญเติบโตของเชื้อเหมาะสมที่สุด โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของบริเวณที่ยับยั้งเชื้อเฉลี่ย คือ 2.18 cm. และเมื่อน าไปผสมกับครีม พบว่า สูตรที่มีอัตราส่วนครีม:เม็ดบีดที่เหมาะสมที่สุด คือ 5:1 โดยมีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางของบริเวณที่ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียเฉลี่ย คือ 2.09 cm. และพบว่าเมื่อเขย่าครีมจะท าให้ประสิทธิภาพ ในการปลดปล่อยสารสกัดของเม็ดบีดเพิ่มมากขึ้น

คำสำคัญ : สารสกัดสมุนไพรฝาง, เม็ดบีด, พอลิเมอร์, ครีมผสมเม็ดบีด